การหาอัตราส่วนผสมของมวลรวมผสมที่เหมาะสมเพื่อลดการเกิดร่องล้อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้เป็นการหาอัตราส่วนผสมของมวลรวมผสมที่เหมาะสมเพื่อลดการเกิดร่องล้อ โดยมีค่าช่องว่างอากาศใกล้เคียงหรือเท่ากับร้อยละ 4 ที่มีผลต่อคุณสมบัติของแอสฟัลต์คอนกรีต และลดปัญหาการเกิดร่องล้อของผิวทางแอสฟัลต์ การกำหนดอัตราส่วนผสมให้ขนาดคละของวัสดุมวลรวมอยู่ภายในขีดจำกัดที่กำหนด (Desired Limit) ตามมาตรฐานที่ ทล.-ม. 408/2532 ของ กรมทางหลวง ใช้เกณฑ์กำหนดสำหรับชั้น Wearing Course ขนาด 12.5 มิลลิเมตร และแอสฟัลต์ซีเมนต์ เกรด 60-70 เป็นวัสดุประสาน วัสดุมวลรวมหินปูน 2 แหล่งคือ โครงการสะพานเลี่ยงเมืองสมุทรสงคราม (SK) จำนวน 7 อัตราส่วนผสมคือ SK-MP1, SK-MP2, SK-MP3, SK-MP4, SK-MP5, SK-MP6 และ SK-MP7 และโครงการแยกทางหลวงหมายเลข 35 - สมุทรสาคร (เอกชัย ตอน 1) (SS) จำนวน 7 อัตราส่วนผสมคือ SS-MP1, SS-MP2, SS-MP3, SS-MP4, SS-MP5, SS-MP6 และ SS-MP7 เปรียบเทียบคุณสมบัติของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้คือ ความหนาแน่น (Density) ช่องว่างอากาศ (Air Voids) เสถียรภาพ (Stability) และค่าการไหล (Flow) และการเกิดร่องล้อ (Rutting) จากการศึกษาพบว่า การเกิดร่องล้อที่ทดสอบโดยใช้เครื่อง Pavement Rutting Tester ของแอสฟัลต์คอนกรีตทั้ง 7 อัตราส่วนผสมของวัสดุมวลรวมทั้ง 2 แหล่ง สรุปได้ว่า การเลือกขนาดคละของวัสดุมวลรวมผสมที่เกิดร่องล้อน้อยคือ MP2 ถึง MP5 อยู่ในช่วงร้อยละ 4.54 ถึง 4.85 จึงสามารถกำหนดขนาดคละที่เปอร์เซ็นต์ผ่านตะแกรงเบอร์ 4 มีค่าอยู่ในช่วง 49 ถึง 61 และเปอร์เซ็นต์ผ่านตะแกรงเบอร์ 200 มีค่าอยู่ในช่วง 4.2 ถึง 6.0 ค่าความหนาแน่นมีค่าอยู่ในช่วง 2.402 ถึง 2.468 กรัมต่อมิลลิลิตร ค่าช่องว่างอากาศช่องว่างอากาศมีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 3.1 ถึง 4.0 ค่าเสถียรภาพมีค่าอยู่ในช่วง 2,640 ถึง 3,280 ปอนด์ ค่าการไหลมีค่าอยู่ในช่วง 11 ถึง 17 ซึ่งคุณสมบัติของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มีค่าอยู่ในข้อกำหนดตามมาตรฐานของกรมทางหลวง