การประเมินความเสถียรเชิงกลของน้ำยางข้นโดยใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและพัฒนาวิธีการประเมินความเสถียรเชิงกล (MST) ของน้ำยางขั้นวิธีใหม่โดยใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (NIRS) และเพื่อสร้างองค์ความรู้ไหมในการประยุกต์ใช้เทคนิค NIRS เพื่อการประเมินค่า MST ในน้ำยางข้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใช้ในการทองมี 2 ชนิด คือ น้ำยางขั้นที่เดิมสารแอมโนเนียมลอเรตในปริมาณ 0.030% และ 0.0.032% แต่ละกลุ่มตัวอย่างมีการเก็บข้อมูลสเปกตรัม NIR และค่า MST ตลอด 6 ช่วงอายุการเก็บรักษา ข้อมูลของแต่ละกลุ่มถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ชุดข้อมูล Training set และ Test set โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูล 3 ประเภท คือ 1) การใช้ข้อมูลชุด Training set ของกลุ่มตัวอย่าง 0.030% ในการสร้างแบบจำลองและทดสอบการทำนายค่า MST ในชุดข้อมูล Test set ของกลุ่มตัวอย่าง 0.030% และ 0.032% 2) การใช้ข้อมูลชุด Training set ของกลุ่มตัวอย่าง 0.032% สร้าง แบบจำลองและทดสอบการทำนายค่า MST ในชุดชุดข้อมูล Test set ของกลุ่มตัวอย่าง 0.030% และ 0.032% และ 3) การใช้ข้อมูลชุด Training set ของทั้ง 2 กลุ่มตัวอย่างรวมกันเพื่อสร้างแบบจำลองและทดสอบการทำนายค่า MST ในชุดข้อมูล Test set ของทั้งสองกลุ่มตัวอย่าง การสร้างแบบจำลองเพื่อทำนายค่ายค่า MST ของน้ำยางข้น ได้ใช้อัลกอริทีม 4 ชนิด คือ PLSR PCR SVR และ RFR โดยอัลกอริทีม RFR มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างแบบจำลอง และสามารถทำนายค่ายค่า MST ได้ไม่แตกต่างกับค่าที่วัดได้ด้วยวิธีมาตรฐาน แม้ว่าตัวอย่างน้ำยางข้นถูกเติมแอมโนเนียมลอเรตในปริมาณที่แตกต่างกัน