โครงการวิจัยและพัฒนาการควบคุมห้องปฏิบัติการทดสอบยาง เพื่อยกระดับสินค้ายางและปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมาย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การส่งออกยางแท่งเอสทีอาร์ทุกครั้ง จะต้องผ่านกระบวนการในการรับรองคุณภาพยางแท่งเอสทีอาร์ ซึ่งจะต้องมีการทดสอบ จัดชั้นยางและออกใบรับรองคุณภาพยางแท่งเอสทีอาร์ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ปัจจุบันผู้ผลิตยางในระดับเกษตรกรมีการพัฒนาด้านการผลิตและการแปรรูปยางเบื้องต้น ทำให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพดี เพื่อยกระดับให้มีการผลิตและแปรรูปยางที่เป็นมาตรฐาน กรมวิชาการเกษตรจึงต้องมีการพัฒนาวิธีการและขั้นตอนการทำงาน เพื่อสนับสนุนการส่งออกยางแท่งไทย งานวิจัยนี้ได้พัฒนาวิธีทดสอบปริมาณสิ่งสกปรกและวิธีทดสอบปริมาณสิ่งระเหยในยางแท่งเอสทีอาร์ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ และมีความน่าเชื่อถือ การทดสอบปริมาณสิ่งสกปรกศึกษาชนิดของสารเร่งการละลายยางเพิ่มเติมจากที่ใช้อยู่อีก 2 ชนิด คือ 2-mercaptobenzothiasole และ Bis (2-benzamidophenyl) disulfideb เปรียบเทียบกับ Kempep 88 จากผลการตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีพบว่าสารเร่งการละลายยาง ทั้ง 3 ชนิด มีค่าความถูกต้องและค่าความเที่ยงอยู่ในเกณฑ์การยอมรับตลอดช่วงค่าการทดสอบ สำหรับการทดสอบปริมาณสิ่งระเหย จะศึกษาชนิดของถุงบรรจุยางหลังอบ การพัฒนาวิธีทดสอบทั้ง 2 วิธี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการและช่วยให้การดำเนินงานของผู้ประกอบการสะดวกขึ้น การปรับปรุงวิธีการสุ่มตัวอย่างสำหรับการทดสอบปริมาณสิ่งสกปรก เพื่อให้ลดการใช้สารเคมีลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการทดสอบ ลดขั้นตอนในการดำเนินงานของโรงงานผู้ผลิตยางแท่ง และช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการทดสอบยางแท่งของประเทศ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ โดยการศึกษาเครื่องมือช่วยในการกำกับดูแลความสามารถของห้องปฏิบัติการและเพื่อเป็นการประกันคุณภาพผลการทดสอบ นั่นคือการใช้วัสดุอ้างอิง ในวิจัยนี้มีการศึกษาเกี่ยวกับการผลิตวัสดุอ้างอิงภายใน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุอ้างอิงจากต่างประเทศหรือวัสดุอ้างอิงที่ราคาแพงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการ หากมีการพัฒนาต่อยอดการผลิตวัสดุอ้างอิงภายใน ในเชิงธุรกิจ ยังเป็นการเพิ่มมูลค่ายางธรรมชาติได้อีกด้วย การประกันคุณภาพผลการทดสอบมีความสำคัญในการดำเนินการทดสอบของห้องปฏิบัติการและวัสดุอ้างอิงก็เป็นวิธีหนึ่งในการควบคุมคุณภาพห้องปฏิบัติการ ดังนั้น วัสดุอ้างอิงจากยางธรรมชาติที่เหมาะสม จึงมีความจำเป็นในการปฏิบัติงาน การศึกษาการเตรียมวัสดุอ้างอิงภายในสำหรับการหาปริมาณสิ่งระเหยและปริมาณไนโตรเจนในยางธรรมชาติ มีการเตรียมวัสดุอ้างอิงที่ให้ค่า 3 ระดับ มีการหาค่า LOD LOQ และความเป็นเนื้อเดียวกัน และศึกษาการให้ค่าและความเสถียรปีถัดไป การศึกษาการเตรียมตัวอย่างสำหรับเปรียบเทียบผลการทดสอบระหว่างห้องปฏิบัติการน้ำยางข้น พบว่า คุณภาพน้ำยางข้นของตัวอย่างที่เตรียม จำนวน 9 รายการ มีผลทดสอบดังนี้ ปริมาณของแข็ง ร้อยละ61.35 ปริมาณเนื้อยางแห้ง ร้อยละ60.06 ปริมาณของแข็งที่ไม่ใช่ยาง ร้อยละ1.29 ความเป็นด่าง ร้อยละ0.66 เสถียรภาพต่อการปั่น 1095 ปริมาณยางจับเป็นก้อน ร้อยละ 0.0008 ปริมาณแมกนีเซียม 13.50 ppm ค่ากรดไขมันระเหยได้0.0376 และค่าโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 0.68 โดยทั้ง 9 รายการผ่านเกณฑ์ มอก 980-2552 และมีความเป็นเนื้อเดียวกันจากการวิเคราะห์โดย ANOVA การเก็บตัวอย่าง ควรเก็บตัวอย่างน้ำยางที่อุณหภูมิห้อง และทดสอบพร้อมกันภายใน 7 วันผลการทดสอบมีค่าอยู่ในช่วง mean?2SDของการทดสอบความเป็นเนื้อเดียวกัน ยกเว้นการทดสอบรายการเสถียรภาพต่อการปั่น จากการศึกษาการเขย่าและการขนส่งมีผลต่อค่าเสถียรภาพต่อการปั่น