การยับยั้งการแข็งเพิ่มขึ้นระหว่างการเก็บรักษาของยางแท่ง STR 5CVโดยการใช้เอนไซม์ไลเปส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการยับยั้งการเกิด storage hardening และสมบัติของยางธรรมชาติที่ผ่านการกำจัดไขมันด้วยเอนไซม์ไลเปส เพื่อให้ได้เทคโนโลยีในการผลิตยางแห่งที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับยางแท่งเกรด STR 5CV ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกันระหว่างยางธรรมชาติที่ผ่านการกำจัดไขมันด้วยเอนไซม์โลเปส (L-NR) ซึ่งเตรียมได้จากการน้ำยางธรรมชาติสด (FNR) ทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ไลเปสที่ได้จากCondido lipolytica กับยางธรรมชาติที่ทำปฏิกิริยากับ hydroxylamine (H-NR) ในห้องปฏิบัติการ และยางแห่งความหนืดคงที่ที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติในเกรด STR 5CV โดยทำการทดสอบการเพิ่มความแข็งระหว่างการเก็บภายใต้สภาวะเร่งด้วยฟอสฟอรัสเพนทอกไซด์ เป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง และการเก็บภายใต้สภาวะปกติ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการคงรูป การผสม และสมบัติเชิงกลของยางด้วยเครื่องวิเคราะห์การคงรูปยาง (MDR) เครื่องวิเคราะห์สมบัติการไหลแบพลวัติ (RPA) และเครื่องทดสอบแรงดึง ตามลำดับ จากผลการทดลองพบว่าการกำจัดไขมันด้วยเอนไซม์ไลเปสสามารถยับยั้งการเกิด storage hardening ในยางธรรมชาติได้ โดยยาง L-NR มีค่าความหนีดมูนนี่และค่าความอ่อนตัวเริ่มต้นที่ใกล้เคียงกันกับยาง H-NR นอกจากนี้สมบัติพื้นฐานของยาง L-NR ยังผ่านมาตรฐานยางแท่ง สามารถผลิตเป็นยางแท่ง STR 5CV ได้ และพฤติกรรมการคงรูป การผสม และสมบัติเช็งกลเชิง static และ dynamic ในระบบผสมเขม่าดำของยาง L-NR ยังมีค่าใกล้เดียงกันกับยาง H-NR และยางแท่ง STR 5CV อีกด้วย จากการศึกษาผลกระทบของเอนไซม์ไลเปสต่อสิ่งแวดล้อมโดยการวิเคราะห์น้ำเสียที่เกิดขึ้นพบว่าผ่านค่ามาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทั้งจากโรงงาน