กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ เพื่อศึกษาผลกระทบของส่วนผสม เช่น ผงยางรถยนต์เก่า ยางพาราแท่ง STR 5L ขี้เลื่อยไม้ยางพารา และสารคู่ควบที่มีต่อสมบัติทางกล ทางกายภาพ และทางความร้อนของวัสดุเชิงประกอบพอลิโพรพีลีนและขี้เลื่อยไม้ยางพารา ซึ่งในการผสมวัสดุเหล่านี้ดำเนินการโดยใช้เครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ และขึ้นรูปเป็นแผ่นชิ้นงานตัวอย่างด้วยเครื่องอัดร้อน และจากการทดลองพบว่า การเติมผงยางรถยนต์เก่า หรือยางแท่ง STR 5L เป็นส่วนผสมเพิ่มขึ้นในช่วง 30-70% ส่งผลให้สมบัติการดัด การดึง การอัด และความแข็งของวัสดุเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์ลดลงอย่างต่อเนื่องตามปริมาณยางทั้ง 2 ชนิด ที่เติมเป็นส่วนผสม ในขณะที่พบด้วยว่า วัสดุเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์ที่มีส่วนผสมของยางรถยนต์เก่ามีสมบัติการดัด การดึง การอัด และความแข็งมากกว่าวัสดุเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์ที่มีส่วนผสมของยางแท่ง STR 5L อย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบที่ปริมาณยางเท่ากัน เช่นเดียวกันพบด้วยว่า การเติมขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นส่วนผสมเพิ่มขึ้นในช่วง 30-60 wt% ส่งผลให้ค่าความแข็งแรงดัด ค่าความแข็งแรงดึง ค่าความเครียดการดึงสูงสุด และค่าความแข็งแรงอัดลดลงอย่างช้าๆ ตามปริมาณขี้เลื่อยไม้ที่เติมเป็นส่วนผสม แต่ทว่าค่ามอดูลัสการดัด ค่ามอดูลัสการดึง ค่ามอดูลัสการอัด ค่าความแข็ง ค่าเปอร์เซ็นต์การดูดซับน้ำ ค่าเปอร์เซ็นต์การพองตัว ค่าการสึกหรอ และค่ามอดูลัสสะสมกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตามปริมาณขี้เลื่อยไม้ที่เติมเป็นส่วนผสม อย่างไรก็ตามยังพบด้วยว่า วัสดุเทอร์โมพลาสติกอีลาสโทเมอร์จากยางรถยนต์เก่าเสริมแรงด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพารามีสมบัติการดัด การดึง การอัด ความแข็ง การดูดซับน้ำ และมอดูลัสสะสมสูงกว่าวัสดุเทอร์โมพลาสติกอีลาสโทเมอร์จากยางแท่ง STR 5L เสริมแรงด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพาราอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบที่ปริมาณขี้เลื่อยไม้ยางพาราเท่ากัน นอกจากนี้การเติมสารมาเลอิกแอนไฮไดรด์กราฟพอลิโพรพีลีนปริมาณ 2-4 wt% สามารถปรับปรุงสมบัติการดัด การดึง การอัด ความแข็ง การดูดซับน้ำ และการสึกหรอของวัสดุเชิงประกอบเทอร์โมพลาสติกอีลาสโตเมอร์และขี้เลื่อยไม้ยางพาราได้อย่างชัดเจน