การประเมินคุณภาพยางก้อนถ้วยโดยใช้สมบัติทางไฟฟ้าเปรียบเทียบกับสมบัติทางแสง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาระบบประเมินคุณภาพของยางก้อนถ้วยโดยใช้สมบัติทางไฟฟ้าเปรียบเทียบกับสมบัติทางแสง คณะผู้วิจัยได้พัฒนาระบบวัดสมบัติทางไฟฟ้าและทดสอบกับเครื่องตรวจวัดทางเคมีไฟฟ้าและ Network Analyzer เพื่อคำนวณหาค่าสมบัติทางไฟฟ้า ได้แก่ ค่าคงตัวไดอิเล็กทริก ตัวประกอบการสูญเสียของไดอิเล็กทริก และแทนเจนต์การสูญเสีย จากนั้นได้พัฒนาระบบวิเคราะห์ภาพเชิงแสงและทดสอบกับสเปคโตรมิเตอร์เพื่อวัดความเข้มแสง ผลการทดลองด้วยเครื่องตรวจวัดทางเคมีไฟฟ้า พบว่าสามารถใช้ค่าตัวประกอบการสูญเสียของไดอิเล็กทริกแยกแยะยางก้อนถ้วยได้ดีในช่วงความถี่ 100 Hz ถึง 1 MHz โดยที่เปอร์เซ็นต์ความชื้นของยางก้อนถ้วยมีความสัมพันธ์กับค่าตัวประกอบการสูญเสียของไดอิเล็กทริกด้วยค่าสหสัมพันธ์ 0.9795 และเมื่อทดลองด้วย Network Analyzer พบว่าสามารถใช้ค่าคงตัวไดอิเล็กทริกแยกแยะยางก้อนถ้วยได้ดีในช่วงความถี่ 1 MHz ถึง 20 MHz โดยที่เปอร์เซ็นต์ความชื้นของยางก้อนถ้วยมีความสัมพันธ์กับค่าคงตัวไดอิเล็กทริกด้วยค่าสหสัมพันธ์ 0.9037 ส่วนผลการทดลองด้วยสเปคโตรมิเตอร์ พบว่า สามารถใช้ความเข้มแสงที่ความยาวคลื่น 500 ถึง 900 นาโนเมตรแยกแยะยางก้อนถ้วยได้ดี โดยที่เปอร์เซ็นต์ความชื้นของยางก้อนถ้วยมีความสัมพันธ์กับค่าความเข้มแสงด้วยค่าสหสัมพันธ์ 0.657 จากผลการทดลองข้างต้น สรุปได้ว่า เปอร์เซ็นต์ความชื้นของยางก้อนถ้วยมีความสัมพันธ์กับสมบัติทางไฟฟ้ามากกว่าสมบัติทางแสง ซึ่งสามารถนำข้อมูลจากการวิเคราะห์ไปพัฒนาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคุณภาพยางก้อนถ้วยได้