การวัดปริมาณเนื้อยางแห้งในยางก้อนถ้วยด้วยการวิเคราะห์ภาพสเปกตรัมอินฟราเรดย่านใกล้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางธรรมชาติซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35% ของผลผลิต ทั้งหมด ยางธรรมชาติถูกนำมาใช้กับหลายๆผลิตภัณฑ์ที่มียางเป็นองค์ประกอบไม่ว่าจะใช้ยางธรรมชาติ อย่างเดียวหรือนำมาใช้ร่วมกับวัสดุประเภทอื่น ยางก้อนถ้วยเป็นยางธรรมชาติที่ผลิตมาจากน้ำยางสด โดยทำให้จับตัวเป็นก้อนในภาชนะหรือถ้วย และเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยางแท่ง มูลค่ของยางก้อนถ้วยจะมีคำสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเนื้อยางแห้งที่มีอยู่ ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือ วัดที่ประเมินน้ำหนักของเนื้อยางแห้งได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ วัดปริมาณเนื้อยางแห้งในยางก้อนถ้วยด้วยการวิเคราะห์ภาพสเปกตรัมอินฟราเรดย่านใกล้ที่ช่วงความถี่ 900 - 1700 nm โดยการนำตัวอย่างที่ต้องการวิคราะห์มาผ่านเป็นสองส่วน และทำการวัดปริมาณ ความชื้นที่พื้นที่หน้าตัดของตัวอย่าง ตัวอย่างยางก้อนถ้วยจำนวน 120 ตัวอย่างจะถูกผ่าเป็นสองส่วน และทำการวัดสเปกตรัมที่พื้นที่หน้าตัดของยางก้อนถ้วย หลังจากการปรับแต่งค่าสเปกตรัมด้วย SNV 15t derivative และ 2nd derivative แล้ว ข้อมูลสเปกตรัมนำไปสร้างโมเดลด้วยวิธี PLSR ผลการทำนายให้ ค่า R2 = 0.9735 ค่า RMSEC = 1. 7360 และค่า RMSEP = 1.8499 และวิธี LS-SVM ผลการทำนายให้ ค่า R2 = 0.9807 ค่า RMSEC = 1.7180 และค่า RMSEP = 1.5801 ตามลำดับ จากผลการทดลอง แสดงว่าการสร้างโมเดลด้วยวิธี LS-SVM มีประสิทธิภาพกว่าวิธี PLSR และอย่างไรก็ตามจะพบว่าทั้งสอง วิธีก็ให้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูงและมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ทำนายเปอร์เซนต์เนื้อยางแห้งได้จริง