Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าจากยางพารา

สุวัฒน์ รัตนพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อออกแบบและออกสูตรยางที่เหมาะสมสำหรับการผลิตลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าต้นแบบจากยางธรรมชาติ เริ่มจากทำการศึกษาสัดส่วนการเบลนด์ระหว่างยางธรรมชาติ ยางอีพีดีเอ็ม และยางครอโรพรีน และผลของการใช้สารตัวเติมเสริมแรง สารตัวเติมลดต้นทุน และสารป้องกันการติดไฟ ศึกษาสมบัติและพฤติกรรมการวัลคาไนซ์ สมบัติเชิงกล สมบัติการติดไฟ และสมบัติทางไฟฟ้า พบว่า สัดส่วน NR/EPDM ที่เหมาะสมคือ 80/20 โดยน้ำหนัก เมื่อสัดส่วนของยาง EPDM เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้เวลาการวัลคาไนซ์ของยางเบลนด์มีค่าเพิ่มขึ้น สมบัติความต้านทานต่อแรงดึงและความสามารถในการยืด ณ จุดขาด ของยางเบลนด์ พบว่าการใช้ยาง EPDM เบลนด์ร่วมกับยาง NR จะส่งผลให้ค่าความต้านทานต่อแรงดึงและค่าความสามารถในการยืด ณ จุดขาดมีค่าลดลง แต่การใช้ยาง EPDM จะช่วยปรับปรุงสมบัติการทนอุณหภูมิ การใช้สารตัวเติมลดต้นทุนชนิดเคลย์ จะให้สมบัติเชิงกลทั้ง 100 % โมดูลัส และความต้านทานต่อแรงดึงของยางเบลนด์ NR/EPDM สูงกว่ากรณีการใช้แคลเซียมคาร์บอเนต เปอร์เซ็นการเปลี่ยนของสมบัติความต้าทานต่อแรงดึงของยางเบลนด์ NR/EPDM ที่ผ่านการบ่มเร่งด้วยความร้อน พบว่าการใช้สารตัวเติมชนิดเคลย์สามารถทนต่อความร้อนได้ดีกว่าการใช้สารตัวเติมแคลเซียมคาร์บอเนต ทำการปรับปรุงยางเบลนด์เพื่อให้มีสมบัติต้านทานต่อการติดไฟโดยการเบลนด์กับยางครอโรพรีน และการใช้ Sb2O3 ร่วมกับ N330 ให้ค่าความแข็งของยางเบลนด์สูงกว่ายางเบลนด์ที่ใช้ Sb2O3 เพียงอย่างเดียว สำหรับยางเบลนด์ NR/EPDM/CR ที่ใส่สารลดการติดไฟร่วมกับสารตัวเติมเขม่าดำ N330 มีความสามารถในการทนไฟที่ดี จุดติดไฟได้น้อย โดยระยะเวลาในการจุดติดไฟไม่เกิน 60 วินาที ส่วนยางเบลนด์ที่ใส่สารลดการติดไฟเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถต้านทานการติดไฟได้ แม้ใส่ Sb2O3ปริมาณสูงถึง 30 phr โดยมีระยะเวลาจุดติดไฟนานเกิน 60 วินาที การใช้สารลดการติดไป Sb2O3 และ Sb2O3 + N330 ในปริมาณเพิ่มมากขึ้นมีแนวโน้มส่งผลให้ค่าการนำไฟฟ้าของยางเบลนด์มีค่าเพิ่ม

คำสำคัญ

ยางพาราNatural rubberยางธรรมชาติPara rubberElectrical InsulatorInsulatorsลูกถ้วยฉนวนลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า (ภาษาอังกฤษ) Para Rubber

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสร้างต้นแบบแผ่นยางพาราปูพื้นสำหรับเก็บเกี่ยวพลังงาน

สุจิตรา อุ่นเรือน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2559

การพัฒนาวัสดุวิศวกรรมจากยางธรรมชาติ

พรศิริ แก้วประดิษฐ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนาถ้วยรองน้ำยางจากยางธรรมชาติผสมขี้เลื่อยไม้ยางพารา

พงษ์พันธ์ ราชภักดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2561

การศึกษาเทคนิคการวัดเนื้อยางแห้งในยางก้อนถ้วยอย่างรวดเร็วโดยค่าทางไฟฟ้า

ปรีดาวรรณ ไชยศรีชลธาร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2559

การพัฒนาสูตรยางเพื่อลดไฟฟ้าสถติ

ศิวโรฒ บุญราศรี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2553

การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราสำหรับกั้นน้ำแบบเคลื่อนย้ายได้สะดวก (ปีที่ 1)

ดร. ไพโรจน์ จิตรธรรม พ.ศ. 2566

ศึกษาการใช้ประโยชน์น้ำทิ้งจากการจับตัวแผ่นยางดิบสำหรับการผลิตยางก้อนถ้วย

ชัยวุฒิ วัดจัง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

การวัดปริมาณเนื้อยางแห้งในยางก้อนถ้วยด้วยเทคนิคสเปกโทรสโกปีอิมพีแดนซ์ไฟฟ้า

อนุพันธ์ เทอดวงศ์วรกุล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2559

โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี การเตรียมพลาสติกผสมยางครัมป์เพื่อประยุกต์ใช้ในงานเอกซ์ทรูด

ณัฐพงศ์ นิธิอุทัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พ.ศ. 2553

การศึกษาการเตรียมไฮโดรเจลจากยางธรรมชาติ

สุฤกษ์ คงทอง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. 2551