การพัฒนาอุปกรณ์เพื่อวัดปริมาณความชื้นและตรวจจับชนิดกรดในยางก้อนถ้วย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์หลักของการวิจัยนี้เพื่อพัฒนาอุปกรณ์สำหรับวัดความชื้นและชนิดกรดในยางถ้วยที่มีความสะดวก มีความเหมาะสมกับการใช้งานในภาคสนามในรูปแบบอุปกรณ์ที่แบบพกพาได้ โดยรายงานในปีที่ 1 ฉบับนี้จะพัฒนาอุปกรณ์ในส่วนของความสามารถในการวัดความชื้นเป็นอันดับแรก ทีมวิจัยได้ดำเนินการออกแบบระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์และรูปแบบโครงสร้างของอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน หลังจากนั้นจะดำเนินการโดยการสอบเทียบกับยางถ้วยที่จับตัวในห้องปฏิบัติการและสอบเทียบกับยางถ้วยในสถานที่จริง เพื่อให้ได้ค่าความสัมพันธ์ระหว่างสัญญาณทางไฟฟ้าและความชื้นที่มีความแม่นยำ ส่งผลให้อุปกรณ์มีศักยภาพในกิจกรรมการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยางก้อนถ้วยให้มีความเป็นธรรมและมีความสะดวกมากขึ้น ผลการดำเนินงานในปีที่ 1 ทีมวิจัยได้เริ่มจากการพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์ฯ ในระดับทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและภาคสนามโดยการพัฒนาส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบด้านนอก ความแข็งแรง การเลือกใช้วัสดุ และสิ่งที่สำคัญคือการออกแบบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับค่าความต้านทานเชิงช้อนไฟฟ้ากระแสสลับหรือ อิมพีแดนซ์ (Impedance) และได้ทดลองในระดับห้องปฏิบัติการจนกระทั้งผลความแม่นยำและความเชื่อถือได้ในการวัดซ้ำ (Repeatability) เป็นที่น่าพอใจ จากนั้นทีมวิจัยได้ออกแบบ สร้างอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานภาคสนาม โดยคำนึงถึง ความแข็งแรง การจับที่สะดวก ระยะเวลาการใช้งาน และรูปแบบที่เกษตรผู้ใช้งานจริงต้องการ ทีมวิจัยได้นำอุปกรณ์ไปทดลองในภาคสนามที่สหกรณ์ที่เป็นศูนย์กลางรับซื้อยางถ้วยในภาคต่างๆ เช่น สหกรณ์จังหวัดลำปาง สหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี สหกรณ์จังหวัดตราด สหกรณ์จังหวัดยโสธร เป็นต้น ผลการสอบเทียบอุปกรณ์เพื่อหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างค่าทางไฟฟ้า (อิมพิแดนซ์) และความชื้นในยางก้อนถ้วยจากวิธีปกติ (ชั่งน้ำหนักก่อนหลังการอบ) ในช่วงความชื้น ในช่วงความขึ้น 15 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์พบว่าได้ค่า R = 0:9472 และได้สมการความสัมพันธ์ที่ได้เป็นค่ามาตรฐานเบื้องต้นของอุปกรณ์เพื่อใช้งานแบบสุ่มในภาคสนาม หลังจากนั้นทีมวิจัยได้นำอุปกรณ์ไปทดสอบความแม่นยำในภาคสนามโดยมีการทดลองกับตัวอย่างยางยางถ้วยที่เก็บจริงในสหกรณ์ต่างๆ จำนวน 5 แห่งตามภูมิภาคต่างๆ จำนวนรวม 120 ตัวอย่าง พบว่าในช่วงความชื้นของยางถ้วย 25 ถึง 65 มีค่า R? = 0.7941 ได้ค่าความคลาดเคลื่อนจากค่าในห้องปฏิบัติการที่ดีที่สุด 8.90 เปอร์เซ็นต์ และค่าเฉลี่ย 58.496 ตามลำดับ และจากที่ทีมวิจัยได้ขยายช่วงการวัดตามคำแนะนำของสหกรณ์ผู้ใช้งานจริงเป็นช่วงการวัดความขึ้นระหว่าง 15 - 65 เปอร์เซ็นต์ พบว่าค่า Rf = 0.7618 ได้ค่าความแม่นยำสูงสุด 1.17 เปอร์เซ็นต์และค่าเฉลี่ย 82.4 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ