การสำรวจ รวบรวมและการอนุรักษ์พันธุกรรม มันมู้ มันไข่นก และสาคูขาว ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สารวจและเก็บตัวอย่างมันมู้ มันไข่นก และสาคูขาว ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยได้แก่ เชียงใหม่ ลาพูน ลาปาง แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พะเยา โดยสามารถเก็บรวบรวมต้นพันธุ์ได้จากบ้านเรือนของชาวบ้านในชนบท สวน และจากป่า เพื่อนามาวิเคราะห์ลักษณะต่าง ๆ และเพื่อการขยายพันธุ์ ลักษณะทางสัณฐานวิทยาและพฤกษศาสตร์ พบว่า มันมู้ เป็นไม้เถา ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 3-5 ใบ มีหัวใต้ดินและหัวงอกตามเถาที่เรียกว่า หัวอากาศ หัวอากาศมีสีน้าตาลหรือสีเทา รูปทรงกลม ผิวขุรขระ ขนาดหัวมีทั้งเล็กและใหญ่ ขณะที่มันไข่นกเป็นไม้เถา ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวรูปลิ่มแคบ ปลายใบแหลม มีเหง้า หรือหัวเหมือนกัน หัวมีสีขาวครีม ขนาดหัวมีทั้งเล็กและใหญ่ ส่วนสาคูขาว หรือหัวสาคูเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวรูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม เหง้ามีลักษณะคล้ายทรงกระบอก มีเกล็ด สีขาวครีม สาหรับคุณค่าทางโภชนาการของมันมู้ (7 ตัวอย่าง) พบว่า หัวอากาศมันมู้ มีคาร์โบไฮเดรท 19.97-26.85 กรัม โปรตีน 1.57-2.80 กรัม แคลเซียม 22.5-35.6 มิลลิกรัม เหล็ก 0.58-0.86 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 66.7-69.6 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 59.19-456.7 มิลลิกรัม และวิตามินเอ 2.62-7.38 ไมโครกรัม ส่วนมันไข่นก มีคาร์โบไฮเดรท 19.82 กรัม โปรตีน 2.00 กรัม วิตามิน อี 0.28 มิลลิกรัม แคลเซียม 14.2 มิลลิกรัม เหล็ก 0.368 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 35.3 มิลลิกรัม สาหรับปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระพบว่า มันมู้จังหวัดลาพูนมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ 46.13 มิลลิกรัมแอสคอบิก ต่อ 100 กรัม ขณะที่ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของมันไข่นก จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ 33.34 มิลลิกรัมแอสคอบิก ต่อ 100 กรัม ด้านการขยายพันธุ์พบว่า มันมู้ขยายพันธุ์ด้วยหัวใต้ดินและหัวอากาศโดยต้นใหม่สามารถงอกออกมาจากหัวอากาศ ส่วนมันไข่นกสามารถขยายพันธุ์โดยใช้การปลูกหัวใต้ดินและเมล็ด ขณะที่สาคูขยายพันธุ์ด้วยวิธีใช้เหง้าใต้ดินที่มีตาติดอยู่ การศึกษาจานวนโครโมโซมพบว่า การเตรียมเนื้อเยื่อปลายรากที่เหมาะสมของคือ เก็บตัวอย่างปลายรากเวลา 8.30 น. แล้วหยุดวงชีพเซลล์ในน้ายาพาราไดคลอโรเบนซีนนาน 3-4 ชั่วโมง จากนั้นย่อยสลายเชลล์ด้วยกรดไฮโดรคลอริคเข้มข้น 1 โมลาร์นาน 5 นาที แล้วย้อมสีด้วยแลคโตโปปิออนิคออชีน 20-30 นาที โดยจานวนโครโมโซมของมันมู้คือ 2n=78 ขณะที่มันนกมีจานวนโครโมโซม 2n=42 ส่วนสาคูขาวมีจานวนโครโมโซม 2n=52 ลักษณะกายวิภาคของมันมู้พบว่า เนื้อของหัวส่วนใหญ่เป็นท่อลาลียงอาหารและที่เก็บสะสมเม็ดแป้ง โดยเม็ดแป้งมันมู้มีหลายรูปทรง เช่น ไข่ ไข่กลับ และรี หัวมันมู้มีการสร้างตายอดที่ผิว โดยกลุ่มเซลล์จากแคมเบียมมีการแบ่งเซลล์จานวนมากและมีการพัฒนาเป็นตายอดเกิดขึ้นหลายตาแหน่ง แต่มีเพียงตาแหน่งเดียวที่พัฒนาและเจริญปลายยอดเมื่อตายอดนี้ได้รับปัจจัยที่เหมาะสมจะเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ การหาความหลากหลายทางพันธุกรรมโดยใช้ลายพิมพ์ดีเอ็นเอด้วยเทคนิคไอเอสเอสอาร์พบว่า มันมู้จานวน 25 ต้นพันธุ์ วิเคราะห์ด้วยไพร์เมอร์ 5 ชนิดพบว่า มีเปอร์เซ็นต์โพลิมอฟิซึมเท่ากับ 70.00 มีค่าสัมประสิทธิ์ความคล้ายคลึงกันอยู่ระหว่าง 0.60-0.98 และค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ 0.92788 แสดงถึงมีความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรมันมู้อยู่ในระดับต่า ขณะที่สาคูขาวจานวน 7 ต้นพันธุ์ วิเคราะห์ด้วยไพร์เมอร์ 6 ชนิดพบว่า มีเปอร์เซ็นต์โพลิมอฟิซึมเท่ากับ 82.07 มีค่าสัมประสิทธิ์ความคล้ายคลึงกันอยู่ระหว่าง 0.23-0.99 และค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ 0.99921 แสดงถึงมีความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรสาคูอยู่ในระดับค่อนข้างต่า