กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ผลของเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาต่อการดูดซึมธาตุอาหารหลักในการผลิตมะละกอ ทำการศึกษาในมะละกอพันธุ์ครั่งกับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา จำนวน 3 สายพันธุ์ วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) ซ้ำละ 10 ต้น ประกอบด้วย 5 สิ่งทดลอง คือ 1. ก่อนใส่เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา 2. หลังใส่เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา 1 เดือน 3. หลังใส่เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา 3 เดือน 4. หลังใส่เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา 5 เดือน 5. หลังใส่เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา 7 เดือน เก็บข้อมูลด้านการเจริญเติบโตของต้น ปริมาณผลผลิต % การเกิดโรค และวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารจากใบมะละกอ 4 ธาตุ คือ ปริมาณไนโตรเจน ปริมาณฟอสฟอรัส ปริมาณโพแทสเซียม และปริมาณแคลเซียม ของมะละกอในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ช่วงเดือน ตุลาคม 2551 ถึง ตุลาคม 2552 ผลการวิจัย พบว่า ปริมาณธาตุอาหารหลักในมะละกอที่ได้รับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าและมะละกอที่ไม่ได้รับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ มะละกอที่ไม่ได้รับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่ามีปริมาณธาตุอาหารหลักน้อยกว่ามะละกอที่ได้รับเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่า ปริมาณการดูดซึมธาตุอาหารหลักจะเพิ่มขึ้นตามอายุของมะละกอ การใส่เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่า 3 สายพันธุ์ พบว่า เชื้อไมคอร์ไรซ่าสายพันธุ์ A มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการดูดซึมธาตุอาหารหลักในใบมะละกอได้ดีกว่า สายพันธุ์ C และสายพันธุ์ B ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การดูดซึมปริมาณธาตุอาหารหลักในมะละกออย่างมีประสิทธิภาพต้องขึ้นอยู่กับหลายปจัยจัย เช่น พันธุ์มะละกอ สายพันธุ์ของเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา สภาพความอุดมสมบรูณ์ของดิน และโรคแมลง เป็นต้น