การพัฒนาวิธีผลิตและการใช้ปุ๋ยชีวภาพอาบัสคูล่าไมคอร์ไรซ่าสำหรับหญ้าสนาม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาสามารถอาศัยในสภาวะพึ่งพาซึ่งกันและกันได้กับพืชจำนวนมากถึงร้อยละเก้าสิบของพืชบนโลกนี้ โดยทำหน้าที่ช่วยในการดูดซับธาตุอาหารจากดินมาสู่พืช ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อพัฒนาวิธีผลิตและการใช้ปุ๋ยชีวภาพอาบัสคูล่าไมคอร์ไรซ่าสำหรับหญ้าสนามหญ้าเบอร์มิวดาร์ (Cynodon dactylon) โดยเก็บตัวอย่างดินจากสนามกอล์ฟ 4 แห่งในประเทศไทยนำมาตรวจสอบความหลากหลายของราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาในดินแต่ละแห่ง และความสามารถในการกลับเข้าไปอยู่อาศัยร่วมกับหญ้าเบอร์มิวดาร์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบสัณฐานของสปอร์ร่วมกับการอ่านลำดับเบสของดีเอ็นเอที่แยกได้จากสปอร์เดี่ยว และร่วมกับการวิเคราะห์แผนภูมิต้นไม้ แสดงให้เห็นว่าราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาที่พบส่วนใหญ่ในดินอยู่ในสกุล Claroideoglomus และ Acaulospora จากนั้นนำสปอร์ของ Claroideoglomus sp. Tos1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบจำนวนประชากรมากที่สุด มาทำการเพิ่มจำนวนสปอร์ในพืชอาศัยชนิดต่าง ๆ ผลการทดลองพบว่า สปอร์ของไอโซเลท Tos1 สามารถผลิตได้มากเมื่อใช้ต้นข้าวโพดเป็นพืชอาศัย แสดงให้เห็นว่า ราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซามีความชอบ หรือ มีการเลือกชนิดของพืชอาศัยเพื่อเพิ่มจำนวน จากนั้นนำสปอร์ของ Claroideoglomus sp. Tos1 มาทดสอบความสามารถในการส่งเสริมการเจริญของหญ้าเบอร์มิวดาร์เมื่อปลูกในสภาวะดินกรดและดินปกติเทียบกับหัวเชื้อทางการค้า เนื่องจากดินกรดเป็นสาเหตุที่ทำให้พืชขาดธาตุอาหารที่สำคัญ ผลการทดสอบพบว่า ราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซา Claroideoglomus sp. Tos1 สามารถส่งเสริมการเจริญของต้นหญ้าได้เท่ากับเชื้อทางการค้า และที่ไม่ได้ใช้หัวเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาสามารถช่วยละลายธาตุอาหารจากดินให้พืช ดังนั้นผลการทดสอบนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาที่คัดแยกได้ เป็นปุ๋ยชีวภาพที่เหมาะสมต่อการส่งเสริมการเจริญของหญ้าเบอร์มิวดาร์ นอกจากนี้การทดสอบนี้ยังพบว่า การใช้ราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาสายพันธุ์การค้า คือ Rhizophagus irregularis ร่วมกับหัวเชื้อแบคทีเรียที่ส่งเสริมการเจริญของพืช (พีจีพีอาร์) สายพันธุ์ Pseudomonas sp. SUT19 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซาสามารถเข้าครอบครองรากของเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อปลูกในสภาวะดินปกติ อย่างไรก็ตามไม่เห็นผลความแตกต่างเมื่อทดสอบในสภาวะดินกรด และไม่เห็นผลความแตกต่างทางด้านการเจริญของพืชที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าการใช้หัวเชื้อ 2 ชนิดร่วมกันนี้จำเป็นต้องพิจารณาถึงอิทธิพลของความเข้ากันได้ระหว่างพืชกับหัวเชื้อพีจีพีอาร์ และความเข้ากันได้ระหว่างหัวเชื้อราอาร์บัสคูล่าไมคอร์ไรซากับหัวเชื้อพีจีพีอาร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเจริญของพืชในแต่ละชนิดร่วมกันต่อไป