ฐานข้อมูลความเสี่ยงต่อการแพ้หนอนและแมลงเศรษฐกิจจากการบริโภค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเพิ่มขึ้นของประชากรโลกและความต้องการอาหารเพื่อบริโภคที่สูงขึ้น นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการหาแหล่งอาหารที่ยั่งยืนเพื่อประกันความมั่นคงทางด้านอาหาร หนึ่งในแหล่งโปรตีนทดแทนที่สำคัญและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากได้แก่หนอนและแมลงสำหรับบริโภค นอกเหนือจากสารเคมีที่เป็นพิษและเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมากับหนอนและแมลง ความเสี่ยงต่อการแพ้โปรตีนจากการบริโภคหนอนและแมลงก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องคำนึงถึง โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดทำฐานข้อมูลโปรตีนที่มีโอกาสก่อให้เกิดการแพ้จากหนอนและแมลงเศรษฐกิจจากการบริโภค และทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของโปรตีนจากหนอนและแมลงเศรษฐกิจ เริ่มจากการทำ meta-analysis ของโปรตีนจากหนอนและแมลงที่ก่อให้เกิดการแพ้ในผู้บริโภค โดยการสืบค้นบทความวิจัยในเดือนพฤษภาคม 2565 จากฐานข้อมูล PubMed, Scopus, และ ScienceDirect ด้วยคำสืบค้นและเกณฑ์ที่กำหนด จากบทความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 1,279 บทความ มี 24 บทความที่นำมาวิเคราะห์ พบจำนวนสารก่อภูมิแพ้ที่มีผลบวกกับการทำ immunoblot ระหว่างซีรัมของอาสาสมัครและโปรตีนจากหนอนและแมลงที่บริโภคได้ทั้งหมด 34 ชนิด โดย Tropomyosin มีรายงานสูงสุดใน 15 บทความ รองลงมาคือ Arginine Kinase (AK) 8 บทความ Hexamerin 5 บทความ Actin 3 บทความ สารก่อภูมิแพ้ที่มีรายงาน 2 บทความวิจัย คือ Actin, Alpha-Amylase (AA), Cuticle Protein, Glycoprotein, Myosin, Troponin, Vitellogenin นอกจาก meta-analysis ของสารก่อภูมิแพ้จากหนอนและแมลงแล้ว โครงการวิจัยนี้ยังได้ศึกษาชนิดของโปรตีนจากหนอนและแมลงเศรษฐกิจจากการบริโภคที่สามารถจับกับแอนติบอดีชนิด IgE ของซีรัมอาสาสมัครที่แพ้กุ้ง/ปู และอาสาสมัครที่แพ้ไรฝุ่น รวมถึงอาสาสมัครกลุ่มควบคุมที่ไม่แพ้กุ้ง/ปู และไรฝุ่น ผลจาก IgE immunoblotting พบว่าในขณะที่ซีรัมจากกลุ่มควบคุมไม่ปรากฏ immunoreactive bands ซีรัมอาสาสมัครที่แพ้กุ้ง/ปู สามารถจับกับโปรตีนสกัดด้วย Phosphate buffer จากจิ้งหรีดขาวแบบอบแห้ง (1.2) แบบผง (1.3) จิ้งหรีดทองดำแบบแช่แข็ง (2.1) แบบอบแห้ง (2.2) แบบผง (2.3) ดักแด้ไหมแบบแช่แข็ง (3.1) แบบผง (3.3) และตัวอย่างโปรตีนที่สกัดได้จากจิ้งโกร่งแช่แข็ง (5.1) จักจั่นแบบแช่แข็ง (6.1) แมลงตับเต่าแช่แข็ง (9.1) ตั๊กแตนปาทังก้า (10.1) หนอนนกอบแห้ง (12.1) โดยมี molecular weight อยู่ระหว่าง 15-55 kDa และระหว่าง 15-78 kDa ในกรณีของโปรตีนสกัดจากจักจั่นแบบแช่แข็ง (6.1) สำหรับซีรัมอาสาสมัครที่แพ้ไรฝุ่นก็พบว่าสามารถจับกับโปรตันสกัดจากแมลงกระชอนแช่แข็ง (4.1) จักจั่นแบบแช่แข็ง (6.1) ตั๊กแตนปาทังก้า (10.1) และหนอนนกอบแห้ง (12.1) ในขณะที่โปรตีนจากหนอนและแมลงอื่น ๆ ที่นำมาศึกษา ไม่พบ immunoreactive band และเมื่อพิจารณา IgE binding profiles ก็พบว่ามีความแตกต่างกันตามชนิดของหนอนและแมลงตัวอย่างที่นำมาศึกษา สำหรับผลการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันหลังจากการได้รับโปรตีนทางปากจากตัวอย่างหนอนและแมลงในเซลล์ human epidermal keratinocyte พบว่าโปรตีนที่สกัดจากหนอนและแมลงทุกตัวอย่างที่นำมาทดสอบ ไม่มีความเป็นพิษที่ความเข้มข้นสูงสุด 1000 ?g/mL อย่างไรก็ตามการระบุชนิดของ IgE binding proteins จากหนอนและแมลงตัวอย่างในโครงการวิจัยนี้ รวมถึงความเป็นสารก่อภูมิแพ้ ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อในขั้นถัดไป