การพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจไวรัสในพืชผลสดเพื่อส่งเสริมคุณภาพอาหารปลอดภัย ปีที่ 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำวิธีปรับปรุงที่พัฒนาขึ้ฒนาขึ้นไปใช้ตรวจไวรัสโนโรและไวรัสตับอักเสบ เอ ให้ ได้ข้อมูลการปนเปื้อนในผักสดและสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งเก็บจากตลาดสด 4 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีเรียล- ไทม์ อาร์ที-พีซีอาร์ ผักสด 4 ชนิด ได้แก่ ผักกาดหอม กะหล่ำปลี ผักกาดขาว และต้นหอม จำนวน 104 104 ตัวอย่าง ให้ ผลบวกไวรัสโนโร 17 ตัวอย่าง (ร้อยละ 16.3) ตรวจพบไวรัสโนโรจีโนกรุ๊ป I (ร้อยละ 11.5) มากกว่าจีในกรุ๊ป ! (ร้อยละ 3.8) ให้ผลบวกทั้งจีโนกรุ๊ป และ !! ร้อยละ 1.0 จีโนกรุ๊ป | และจีโนกรุ๊ป I มีปริมาณอยู่ในช่วง 3.18 - 1.63 x 10 และ 0.87 -1.03 x 10จีโนมก็อปปี้ต่อกรัม ตามลำดับ สตรอว์เบอร์รี จำนวน 52 ตัวอย่าง ให้ผลบวก ไวรัสโนโร 8 ตัวอย่าง (ร้อยละ 15.4) เป็นไวรัสโนโรจีโนกรุ๊ป II ทั้งหมด มีปริมาณอยู่ในช่วง 3.26 - 2.04 x 10จี้โไนม กือปปี้ต่อกรัม วิธี RT-qPCR มีความไวตรวจดีเอ็นเอสังเคราะห์ของไวรัสตับอักเสบ เอ ได้ต่ำสุด 1.15 x 10 จีในม กือปปี้ต่อมิลลิลิตร ความซุกและปริมาณของไวรัสตับอักเสบ เอ ในพืชผลสดต่ำกว่าไวรัสโนโรโดยให้ผลบวก/ลบ ใน ผักสดร้อยละ 3.3 และในสตรอว์เบอร์รี ร้อยละ 2.0 การยับยั้งอาร์ที-พีซีอาร์ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เมื่อ นำตัวอย่างพืชผลสดไปตรวจโดยวิธี RT-กested PCR PCR ให้ผลบวกไวรัสโนโรในผักสด ร้อยละ 4.8 และในสตรอว์- เบอร์รี ร้อยละ 3.8 เป็นไวรัสโนโรจีโนกรุ๊ป I ทั้งหมด วิธี RT-กested PCR ตรวจไวรัสตับอักเสบ เอ ในพืชผลสด ให้ผลลบ นำผลิตผลพีซีอาร์จำนวน 7 ตัวอย่าง ส่งหาลำดับเบสและพิสูจน์จีในไทป์ไวรัสโนโรได้ 4 ตัวอย่าง (ร้อยละ 57.1) ตรวจพบ GIL2 ในผักกาดหอม Gll.4 variant 2006b ในผักกาดขาว GII.4 variant 2003 และ GII.17 ใน สตรอว์เบอร์รี เมื่อเปรียบเทียบระหว่างวิธีตรวจพบว่า RT-qPCR ให้ผลบวกกับไวรัสโนโร (ร้อยละ 16.0) มีอัตราการ ตรวจพบสูงกว่า RT-nested PCR (ร้อยละ 4.5) ผักสดและสตรอว์เบอร์รีมีไวรัสโนโรปนเปื้อนจากการตรวจด้วยทั้ง สองวิธีในอัตราที่ใกล้เคียงกัน วิธี RT-ฤPCR ตรวจพบไวรัสโนโรจีโนกรุ๊ป 1 ในผักสดสูงกว่าจีโนกรุ๊ป 1 ประมาณ 3 เท่า ในสตรอว์เบอร์รีตรวจพบเฉพาะจีโนกรุ๊ป !! ขณะที่วิธี AT-nested PCR ตรวงพบเฉพาะไวรัสโนโรจีโนกรุ๊ป M ใน พืชผลสด เมื่อเปรียบเทียบชนิดของไวรัส วิธี RT-ฤPCR ตรวจพบไวรัสโนโรในอัตราสูงกว่าไวรัสตับอักเสบ เอ อย่างไรก็ตามวิธี RT-nested PCR ตรวจไม่พบไวรัสตับอักเสบ เอ ตัวอย่างผักสดทั้งสี่ชนิดปนเปื้อนด้วยไวรัสโร และ/หรือ ไวรัสตับอักเสบ เอ ซึ่งตรวจโดยวิธี RT-qPCR และ/ หรือ RT-nested PCR วิธีปรับปรุงโดยใช้ RT-OPCR ตรวจไวรัสในผักสดและสตรอว์เบอร์รีมีราคาตันทุนใกล้เคียงกันแต่สูงกว่าวิธีมาตรฐาน (150 15216-1) ประมาณ 300 บาทต่อตัวอย่าง การศึกษานี้เป็นการบุกเบิกการพัฒนาวิธีตรวจไวรัสในพืชผลสดและมีโอกาสในการขยายผล เชิงพาณิชย์ การตรวจพบไวรัสโนโรและไวรัสตับอักเสบ เอ ในพืชผลสดเน้นย้ำความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จึงจำเป็นต้อง ดำเนินการจัดการด้านอาหารปลอดภัยของโรคดีดเชื้อไวรัสที่มีอาหารเป็นสื่อน้ำ