ผลของสารสกัด และน้ำมันหอมระเหยจากพืช ต่อการเจริญของแบคทีเรียที่เจริญได้ในสภาพ อุณหภูมิต่ำ ที่ตรวจพบในผักสลัดหลังการเก็บเกี่ยว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาถึงผลของสารสกัด และน้ำมันหอมระเหยจากพืชต่อการเจริญของ แบคที่เรียที่เจริญได้ในสภาพอุณหภูมิต่ำที่ตรวจพบได้ในผักสลัดหลังการเก็บเกี่ยว ในเบื้องต้นจึงได้ สำรวจปริมาณแบคที่เรียชนิดต่างๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในผักสลัดหลังการเก็บเกี่ยว ได้แก่ แบคที่ เรียรวม แบคทีเรียบ่งชี้ถึงความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข เช่น total coliform, fecal coliform, E. coi และ Salmonella sp. รวมถึงแบคที่เรียในกลุ่มที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียในผัก เช่น Pseudomonas และ Enwinia เป็นต้น ซึ่งแบคที่เรียกลุ่มที่ได้ทำการสำรวจนี้ บางชนิดสามารถเจริญได้ในที่อุณหภูมิต่ำ และ จัดเป็นพวก psychotrophic bacteria จากนั้นทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัด และน้ำมันหอม ระเหยจากพืชในการยับยั้งการเจริญของแบคที่เรียในกลุ่มดังกล่าว แล้วนำผลทดสอบที่ได้ไปทดลองใน สภาพแปลงปลูก เพื่อหาแนวทางในการลดการปนเปื้อนของแบคที่เรียกลุ่มที่สำคัญ ทั้งก่อนและหลัง การเก็บเกี่ยว การสำรวจปริมาณแบคที่เรียกลุ่มต่างๆ จากตัวอย่างผักสลัด จำนวน 285 ตัวอย่าง (จากฟาร์ม ปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน 3 แห่งจำนวน 90 ตัวอย่าง; แปลงปลูกพืชอินทรีย์ 3 แห่งจำนวน 60 ตัวอย่าง; ห้างสรรพสินค้า 3 แห่งจำนวน 90 ตัวอย่าง; และ ตลาดสด 3 แห่งจำนวน 45 ตัวอย่าง) พบแบคทีเรีย รวมมากที่สุด ในผักจากตลาดสด รองลงมาได้แก่ผักจาการ์มปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน ผักจากแปลงปลูก พืชอินทรีย์ และผักจากห้างสรรพสินค้า โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในชวง 7.2-8.2, 6.6-8.2, 5.7-7.8 และ 5.8- 7.4 lIog cfu/g ตามลำดับ ผลการตรวจจุลินทรีย์บ่งชี้ฯ พบ fecal coliform มากที่สุดในผักที่ได้จาก ตลาดสด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงมากกว่า 110,000 MPN/g ในทุกตัวอย่างที่ทำการตรวจสอบ รองลงมาคือผักจากแปลงปลูกพืชอินทรีย์ ผักจากฟาร์มปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน และผักจาก ห้างสรรพสินค้า โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2,200-38,000, 5,800-24,000 และ 3,000-10,000 MPNIg ตามลำดับ สำหรับเชื้อ E. coi ที่ได้ยืนยันผลแล้ว ตรวจพบ 1 ตัวอย่างในผักจากแปลงปลูกพืชอินทรีย์ การตรวจปริมาณแบคที่เรียในกลุ่มที่ก่อให้เกิดการเน่าเสีย ผลตรวจในอาหาร Kings medium B wบ ปริมาณแบคที่เรียมากที่สุดในผักจากตลาดสด (7.0-7.8 Iog cfu/g) รองลงมาคือผักจากฟาร์มปลูกพืช โดยไม่ใช้ดิน (6.1-7.6 l0g cfu/g)ส่วนผักจากแปลงปลูกพืชอินทรีย์ และผักจากห้างสรรพสินค้ามี ปริมาณที่ไม่แตกต่างกันมากนักโดยพบค่เฉลี่ยอยู่ในช่วง 5.6-6.6 และ 5.9-6.7 log cfulg ตามลำดับ การทคสอบประสิทธิภาพของสารสกัด และน้ำมันหอมระเหยจาก กานพลู อบเชย กระเพรา และใหระพา ในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียทดสอบโดยวิธี paper disc diffusion method และ และ dilution broth method พบว่าสารสกัดจากกานพลู และอบเชยมีประสิทธิภาพในการยับยั้งได้ดี โดยมีค่า MIC (minimal inhibitory concentration) ของสารสกัดจาก กานพลู จบเชย กะเพรา และ โหระพา ต่อเชื้อ E. coli TISTR 780 อยู่ที่ 1.56, 6.25, 1.56 และ 1.56 mg/mI และมีค่า MBC (minimal bactericidal concentration) เท่ากับ 12.5, 50.0, 25.0 และ 25.0 mg/mI ตามลำดับ สำหรับค่า MIC ต่อเชื้อ S. Typhymurium TISTR 292 มีค่าอยู่ที่ 3.13, 6.25, 3.13 และ 1.56 mg/m! และค่า MBC เท่ากับ 12.5, 25.0, 25.0 และ 25.0 mg/ml ตามลำดับ ส่วนน้ำมันหอมระเหยนั้นพบว่า น้ำมันหอม ระเหยจากอบเชย และโหระพามีประสิทธิภาพในการยับยั้งได้ดี ทั้งนี้การทดสอบค่า MIC ของน้ำมัน กานพลู อบเชย กะเพรา และโหระพา ต่อเชื้อ E. coi TISTR 780 พบว่ามีค่าเท่ากับ 0.391, 0.195, 0.391 และ 0.391ul/ml มีค่า MBC เท่ากับ 12.5, 12.5, 50.0 และ 3.13 น|/ml ตามลำดับ สำหรับค่ MIC ต่อเชื้อ S. Typhymurium TISTR 292 มีค่าอยู่ที่ 0.391, 0.195, 0.391 และ 0.391 นlml และค่า MBC เท่ากับ 6.25, 3.13 50.0 และ 3.13 น/m! ตามลำตับ ในการทดลองนี้ยังพบว่าไอระเหยจาก น้ำมันหอมระเหยสามารถยับยั้งการเจริญของแบคที่เรียทดสอบได้เช่นกัน โดยพบว่าไอระเหยจาก น้ำมันอบเชยมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ผลทดสอบที่อุณหภูมิ 15 และ 25C รายงานว่าที่ความเข้มข้น 10 ulml สามารถลดปริมาณเชื้อ E. . coli TISTR 780 ลงได้ 89.2 และ 89.6% ตามลำดับ ส่วนในเชื้อ S. Typhymurium TISTR 292 สามารถลดปริมาณลงได้ 90.8% ที่อุณหภูมิทดสอบ 15C การลดการปนปื้อนในสภาพแปลงปลูกพบว่า การพ่นสารสกัด หรือน้ำมันอบเชยความเข้มข้น 5,000 ppm ลงในแปลงปลูกผักก่อนการเก็บเกี่ยว สามารถลดปริมาณการปนเปื้อนของแบคที่เรียลงได้ โดยสารสกัดจากอบเชยสามารถลดปริมาณ total bacteria, total coliform และ fecal coliform ลงได้ 56.5, 87.3 แล ะ 96.2% ตามลำดับ น้ำมันจากอบเชยสามารถลดปริมาณแบคทีเรียดังกล่าวลงได้ 83.9, 84.3 และ 97.3% ตามลำดับ การลดการป ปนเปื้อนในผักหลังการเก็บเกี่ยวพบว่าการล้างผักด้วยน้ำมัน อบเชยความเข้มข้น 100 ppm สามารถลดปริมาณ E. coi ลงได้ประมาณ 90-97% และเชื้อ Salmonella sp. ลงได้ประมาณ 85-87% เมื่อเทียบกับกลุ่มทดลองควบคุม ตลอดช่วงระยะวลาในการ เก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 100 C เป็นเวลา 10 วัน นอกจากนี้ยังพบว่าผักที่ได้รับไอระเหยจากน้ำมัน อบเซยที่มีความเข้มข้น 10,000 ppm สามารถลดปริมาณ E. coli ลงได้ประมาณ 75-85% และ ลดเชื้อ Saimonella sp. ลงได้ประมาณ 74-94% ตลอดช่วงระยะวลาในการเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 100 C เป็นเวลา 15 วัน