การพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจไวรัสในพืชผลสดเพื่อส่งเสริมคุณภาพอาหารปลอดภัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การตรวจไวรัสในพืชผลสดทำได้ยากเนื่องจากมีไวรัสปนเปื้อนน้อยและอาจมีสารยับยั้งพีซีอาร์ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีปรับปรุงในการเตรียมและตรวจไวรัสโนโรที่เติมในพืชผลสด และเปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐาน ตรวจไวรัสโนโรโดยใช้วิธีเรียล-ไทม์ อาร์ที-พีซีอาร์ สภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมไวรัสให้เข้มข้นโดยวิธีปรับปรุง ประกอบด้วย 1) การชะด้วยสารละลายด่าง 2) การตกตะกอนโปรตีนไวรัสด้วยโพลีเอธีลีนไกลคอล และ 3) การสกัดด้วยคลอโรฟอร์ม:บิวทานอล วิธีเรียล-ไทม์ อาร์ที-พีซีอาร์ ตรวจไวรัสโนโร GII ในน้ำได้ต่ำสุด 7.21 ? 103 จีโนมก๊อบปี้/มล. ในสารละลายเข้มข้นจากผักสดและสตรอว์เบอรีซึ่งเตรียมโดยวิธีมาตรฐานและวิธีปรับปรุงที่เติมไวรัสโนโร GII ตรวจได้ต่ำสุด 104 จีโนมก๊อบปี้/มล. ปริมาณจีโนมก๊อบปี้ที่ตรวจได้จากวิธีปรับปรุงมีมากกว่าวิธีมาตรฐาน วิธีปรับปรุงให้ผลการยับยั้งพีซีอาร์ในสารละลายเข้มข้นจากผักกาดหอมและต้นหอมมากกว่าวิธีมาตรฐาน แต่ให้ผลการยับยั้งพีซีอาร์ในสารละลายเข้มข้นจากกะหล่ำปลี ผักกาดขาว และสตรอว์เบอรีน้อยกว่าวิธีมาตรฐาน การเจือจางอาร์เอ็นเอที่สกัดแล้ว 1:4 และ 1:10 ช่วยลดการยับยั้งพีซีอาร์ได้ ในการเปรียบเทียบระหว่างวิธีมาตรฐานและวิธีปรับปรุงสำหรับตรวจไวรัสโนโร GII ที่เติมในผักสดและสตรอว์เบอรีก่อนผ่านกระบวนการทำให้เข้มข้น ทั้งสองวิธีสามารถตรวจไวรัสโนโร GII ได้ต่ำสุด 103, 104, 104, และ 104 จีโนมก๊อบปี้/มล. ด้วยวิธีเรียล-ไทม์ อาร์ที-พีซีอาร์ ในผักกาดหอม กะหล่ำปลี ต้นหอม และ สตรอว์เบอรี ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในผักกาดขาวซึ่งเตรียมโดยวิธีปรับปรุงตรวจไวรัสโนโร GII ได้ต่ำสุด 104 จีโนมก๊อบปี้/มล. ขณะที่วิธีมาตรฐานตรวจได้ต่ำสุด 105 จีโนมก๊อบปี้/มล. ปริมาณจีโนมก๊อบปี้ที่ตรวจได้จากวิธีปรับปรุงและวิธีมาตรฐานขึ้นอยู่กับชนิดพืชผลสด เก็บตัวอย่างพืชผลสดทั้งหมด 156 ตัวอย่าง ผักสดจำนวน 104 ตัวอย่าง ได้แก่ ผักกาดหอม กะหล่ำปลี ผักกาดขาว และต้นหอม อย่างละ 26 ตัวอย่าง และสตรอว์เบอรี 52 ตัวอย่าง จากตลาดสด 4 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร นำมาเตรียมไวรัสให้เข้มข้นโดยใช้วิธีปรับปรุงในสภาวะที่เหมาะสม ได้สารละลายเข้มข้นจากผักกาดหอมปริมาตร 428.65 ? 33.00 ?l (ค่าเฉลี่ย ? ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน) กะหล่ำปลี 431.54 ? 36.27 ?l ผักกาดขาว 420.19 ? 39.96 ?l ต้นหอม 474.62 ? 207.04 ?l และสตรอว์เบอรี 433.37 ? 42.92 ?l การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าวิธีปรับปรุงมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าวิธีมาตรฐาน สามารถตรวจไวรัสโนโร GII ได้ต่ำสุด 103 – 104 จีโนมก๊อบปี้/มล. หรือ 10–100 จีโนมก๊อบปี้ต่อกรัม วิธีการเตรียมตัวอย่างโดยวิธีปรับปรุงเทียบได้กับวิธีมาตรฐาน วิธีปรับปรุงใช้เวลาในการเตรียมไวรัสให้เข้มข้น 3–4 ชั่วโมง ขณะที่วิธีมาตรฐานใช้เวลา 3 ชั่วโมง วิธีปรับปรุงมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,300.00 บาท ต่อตัวอย่าง ขณะที่วิธีมาตรฐาน 1,000.00 บาท ต่อตัวอย่าง จึงมีความเป็นไปได้ในการนำวิธีปรับปรุงไปใช้ตรวจการปนเปื้อนไวรัสในตัวอย่างผักสดและสตรอว์เบอรีต่อไป