สมรรถภาพทางการสืบพันธุ์ของสุกรสาวและแม่สุกรในระบบการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มสำหรับสุกรอุ้มท้องและระบบการคลอดอิสระในภูมิอากาศเขตร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สุกรนางท้องแรก (primiparous sow) มักได้รับผลกระทบจากการสูญเสียพลังงานจากการเลี้ยงลูกในลำดับครอกก่อนหน้า ซึ่งส่งผลต่อปัญหาระบบสืบพันธุ์ เช่น การเป็นสัดช้า และการลดลงของจำนวนลูกในครอกที่สอง จึงต้องได้รับการจัดการอาหารเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของร่างกายในช่วงหลังหย่านมจนถึงระยะตั้งท้องช่วงต้น การจัดการอาหารโดยใช้เครื่องจ่ายอาหารอัตโนมัติ (electronic sow feeder) ในระบบการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มขนาดใหญ่ (dynamic group housing system) สามารถช่วยวางแผนการให้อาหารสุกรตั้งท้องเป็นรายตัวได้ การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการให้อาหารสุกรในระดับต่างกันในระยะตั้งท้องช่วงต้นและระดับความหนาไขมันสันหลังในวันที่ได้รับการผสมต่อของสุกรนางลำดับท้องที่หนึ่งอัตราการผสมติด น้ำหนักลูกสุกรแรกคลอด และความแปรปรวนของน้ำหนักแรกคลอด สุกรนางลำดับท้องที่หนึ่งจำนวน 108 ตัวถูกผสมเทียมและเลี้ยงในระบบการเลี้ยงรวมกลุ่ม โดยแบ่งสุกรออกเป็นกลุ่มตามระดับการให้อาหารดังนี้ ระดับปกติ (standard; S) และระดับสูง (high; H) และตามช่วงระยะตั้งท้องช่วงต้นดังนี้ วันที่ 1 ถึง 3 วันที่ 4 ถึง 15 และวันที่ 16 ถึง 35 ของการตั้งท้อง ทำให้แบ่งกลุ่มสุกรในการทดลองออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้ ระดับปกติ-ปกติ-ปกติ (SSS; จำนวน 26 ตัว) ระดับปกติ-ปกติ-สูง (SSH; จำนวน 28 ตัว) ระดับปกติ-สูง-สูง (SHH; จำนวน 28 ตัว) และระดับสูง-สูง-สูง (HHH; จำนวน 26 ตัว) โดยพบว่าค่าเฉลี่ยของอัตราการผสมติด อัตราการเข้าคลอด จำนวนลูกสุกรทั้งหมดต่อครอก สัดส่วนของลูกสุกรตายแรกคลอด และความแปรปรวนของน้ำหนักแรกคลอดมีค่า 88.9%, 83.3%, 14.2?2.1, 5.3% และ 20.3% ตามลำดับ อัตราการผสมติดและอัตราการคลอดไม่ได้แตกต่างกันระหว่างกลุ่มการให้อาหาร (P > 0.05) แต่มีค่าต่ำสุดในกลุ่ม SSH และพบว่าสุกรในกลุ่ม SHH และ HHH มีระดับไขมันสันหลังและกล้ามเนื้อสันนอกที่เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่ม SSS และ SSH (P < 0.05) สัดส่วนของลูกสุกรตายแรกคลอดในกลุ่ม HHH มีค่ามากกว่ากลุ่ม SHH (6.5% และ 1.9% ตามลำดับ, P = 0.025) น้ำหนักลูกสุกรแรกคลอดในกลุ่ม SSH มีค่าต่ำกว่ากลุ่ม SSS SHH และ HHH (P < 0.05) และในกลุ่ม SSH มีสัดส่วนของลูกสุกรที่มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 1000 กรัม สูงกว่ากลุ่ม SHH และ HHH (P < 0.05) โดยสรุปแล้ว โดยที่จำนวนลูกสุกรต่อครอกและความแปรปรวนของน้ำหนักลูกสุกรแรกคลอดไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มการให้อาหาร (P > 0.05) การจัดการในการให้อาหารในระยะตั้งท้องช่วงต้นเพื่อช่วยให้สุกรนางลำดับท้องแรกได้รับปริมาณอาหารที่มากขึ้นนั้นพบว่าช่วยชดเชยระดับพลังงานสะสมของร่างกายที่สูญเสียไปจากการเลี้ยงลูก ทำให้ระดับความหนาไขในสันหลังและกล้ามเนื้อสันนอกสะสมมากขึ้น แต่ยังไม่มีผลแน่ชัดต่อประสิทธิภาพทางระบบสืบพันธุ์ในลำดับคลอดต่อมา อย่างไรก็ตามระดับพลังงานจากอาหารที่ไม่เพียงพอและการจัดการที่เข้าไปรบกวนกระบวนการฝังตัวของตัวอ่อน (ช่วงประมาณวันที่ 16 ของการตั้งท้อง) อาจส่งผลเสียต่อการตั้งท้องแก่สุกรที่เลี้ยงในระบบรวมกลุ่มภายใต้ภูมิอากาศเขตร้อนของประเทศไทย