กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาสมรรถภาพการผลิตสุกรขุนที่เกิดจากการใช้พันธุกรรมสุกรที่พัฒนาโดยกรมปศุสัตว์ทั้งกลุ่มสายพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ จำนวน 4 กลุ่มการทดลอง จากการศึกษาพบว่าอัตราการเจริญเติบโตในสุกรขุนทุกกลุ่มมีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน มีค่าเท่ากับ 909.13, 846.92, 886.11 และ 844.23 กรัม/วัน ตามลำดับ แต่ในลักษณะประสิทธิภาพการใช้อาหารแตกต่างกันในทางสถิติ โดย T1 มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2.56 และมีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกับกลุ่ม T3 เท่ากับ 2.60 แต่มีค่าสูงกว่า T4 และ T2 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.87 และ 2.92 ตามลำดับ ลักษณะ AGE100 (อายุตั้งแต่เกิดจนถึงน้ำหนัก 100 กิโลกรัม) T1 มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (P<0.05) รองลงมาได้แก่ T3, T2 และ T4 ตามลำดับ ซึ่งลักษณะนี้จะสอดคล้องกับกับ ADG จาการศึกษาซากพบว่าสุกรขุน T1 และ T3 มี น้ำหนักตัว, น้ำหนักซากอุ่น และน้ำหนักซากเย็นไม่แตกต่างกัน แต่มีค่าเฉลี่ยในลักษณะดังกล่าวต่ำกว่า T2 และ T4 (P<0.05) แต่เมื่อพิจารณาในลักษณะของเปอร์เซ็นต์ซากอุ่น และเปอร์เซ็นต์ซากเย็นเมื่อเทียบกับน้ำหนักมีชีวิต ในแต่ละกลุ่มมีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกันในทางสถิติ เปอร์เซ็นต์เนื้อแดงเทียบกับน้ำหนักมีชีวิตในกลุ่ม T2 จะมีค่าต่ำที่สุด 34.32 ไม่แตกต่างกับกลุ่ม T1 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 36.29 แต่มีค่าแตกต่างกับ T3 และ T4 มีค่าเท่ากับ 37.20 และ 37.46 ตามลำดับ (P<0.05) เปอร์เซ็นต์เนื้อแดงเทียบกับซาก T2 มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 44.078 ส่วน T1, T3 และ T4 มีค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกันเท่ากับ 48.35, 49.28 และ 48.76 ตามลำดับ จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสุกรขุนที่เกิดจากพันธุกรรมสุกรที่ผ่านการพัฒนาพันธุ์โดยกรมปศุสัตว์สามารถที่ใช้งานในระบบอุตสาหกรรมการผลิตสุกรขุนได้