ผลศึกษาน้ำกามสังเคราะห์ในระยะก่อนการเจริญพันธุ์ต่อคุณลักษณะทางกายภาพของระบบสืบพันธุ์สุกรสาว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลศึกษาน้ำกามสังเคราะห์ในระยะก่อนการเจริญ พันธุ์ต่อคุณลักษณะทางกายภาพของระบบสืบพันธุ์สุกรสาว ใช้แม่สุกรสาวจำนวน 15 ตัว (large white x landrace x duroc) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีการฉีดสารน้ำ deionized water (วงรอบการเป็นสัดครั้งที่ 2) กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีการฉีดสารน้ำกามสังเคราะห์ (วงรอบการเป็นสัดครั้งที่2) โดยทั้ง 3 กลุ่มจะผสมเทียมในวงรอบที่ 3 และทุกกลุ่มการทดลองจะเข้าสู่การเชือดและเก็บคุณลักษณะของอวัยวะสืบพันธุ์และความเข้มข้นของฮอร์โมน การศึกษาพบว่า น้ำหนักของระบบสืบพันธุ์ (fresh weight of reproductive tract) น้ำหนักของท่อนำไข่ (fresh weight of oviduct) ความยาวของท่อนำไข่ (length of oviduct) จำนวนคอร์ปัสลูเทียม (No. of corpus luteum) พบความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของรังไข่ (fresh weight of ovary) น้ำหนักปีกมดลูก (fresh weight of uterine horn) โดยกลุ่มการทดลองที่ 3 พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) กับกลุ่มที่ 1 และความยาวของปีกมดลูก (fresh weight of uterine horn) โดยกลุ่มการทดลองที่ 3 พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) กับกลุ่มที่ 1 ที่มีค่าต่ำที่สุด, น้ำหนักของคอร์ปัสลูเทียม (fresh weight of corpus luteum) โดยกลุ่มที่ 3 มีค่ามากที่สุดและพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) กับกลุ่มที่ 1 และ 2, ค่าความเข้มข้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนในวันที่ 18 ของวงรอบการเป็นสัดในรอบที่ 3 พบความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และความเข้มข้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในวันที่ 1 และ 3 พบความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) อย่างไรก็ตาม และความเข้มข้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในวันที่ 6 พบความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) โดยกลุ่มที่ 3 มีค่าสูงที่สุด