การศึกษาการใช้ฮอร์โมนเหนี่ยวนำและกำหนดเวลาการผสมเทียมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควายในตำบลแม่ทราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลจากการใช้โปรแกรมเหนี่ยวนำที่แตกต่างกันต่อการผสมติดโดยใช้การผสมเทียมแบบกำหนดเวลาในควายปลัก โดยใช้ควายของเกษตรกรบ้านแม่ทรายจำนวน 28 ตัว อายุระหว่าง 4.5-10 ปี สุ่มให้ได้รับโปรแกรมเหนี่ยวนำที่แตกต่างกันได้แก่ กลุ่มที่ 1 (P1) จำนวน 8 ตัว ให้ได้รับโปรแกรม Ovsynch โดยให้ฮอร์โมน GnRH (Fertagyl?) ในวันที่ 0 จากนั้นในวันที่ 7 ทำการให้ PGF2? (Estrumate?) และผสมเทียมในวันที่ 10 พร้อมกับให้ GnRH กลุ่มที่ 2 (P2) จำนวน 10 ตัวได้รับโปรแกรม Ovsynch ร่วมกับการให้โปรเจสเตอโรนแบบสอดในช่องคลอด (CIDR?) โดยให้ฮอร์โมน GnRH ในวันที่ 0 พร้อมทั้งให้ โปรเจสเตอโรนแบบสอดในช่องคลอด จากนั้นในวันที่ 7 ทำการถอดโปรเจสเตอโรนออกและให้ PGF2? และทำการผสมเทียมในวันที่ 10 พร้อมกับให้ GnRH และกลุ่มที่ 3 (P3) จำนวน 10 ตัวได้รับโปรแกรม Ovsynch ร่วมกับการให้โปรเจสเตอโรนแบบสอดในช่องคลอดโดยให้ฮอร์โมน GnRH ในวันที่ 0 พร้อมทั้งให้โปรเจสเตอโรนแบบสอดในช่องคลอด จากนั้นในวันที่ 7 ทำการถอดโปรเจสเตอโรนและให้ PGF2? และทำการผสมเทียมในวันที่ 10 พร้อมกับให้ hCG (Chorulon?) ก่อนทำการเหนี่ยวนำควายทุกตัวจะได้รับการถ่ายพยาธิด้วย 1% Ivermectin (B-MECTIN PLUS?) ดำเนินการวัดขนาดของรังไข่และฟอลลิเคิลในวันที่ 0 7 และ 10 ด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ (Mindray, DP-2200Vet) รวมถึงทำการเจาะเลือดเพื่อหาระดับของ โปรเจสเตอโรนในวันที่ 15 หลังการผสมเทียม รวมถึงการวิเคราะห์ PCV Hemoglobin และ Plasma protein ในเลือดควาย พบว่า ค่า Hemoglobin PCV และ Plasma protein ของเลือดควายมีค่า 16.47 g/dl 36.86% และ 7.7 g/dl ตามลำดับ ขนาดของรังไข่ควายในการศึกษาครั้งนี้มีความกว้างเฉลี่ย 11.98 มิลลิเมตร ยาว 12.89 มิลลิเมตร ในวันที่ผสมเทียม (D10) พบว่า จำนวนฟอลลิเคิลทั้งหมด ฟอลลิเคิลขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ รวมถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ Dominant follicle ไม่มีความแตกต่างทางสถิติของทั้งสามกลุ่ม (P > 0.05) เช่นเดียวกับการตอบสนองของโทนมดลูก การแสดงอาการเป็นสัด รวมถึงอัตราการผสมติดไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P >0.05) อย่างไรก็ดีควายในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรม P2 และ P3 นั้น มีแนวโน้มอัตราการผสมติดที่ดีกว่ากลุ่ม P 1 โดยมีค่าเท่ากับ 40 และ 50% เทียบกับ 12.5% และเมื่อทำการวัดระดับโปรเจสเตอโรนในซีรั่มในวันที่ 15 หลังการผสมเทียม พบว่าระดับโปรเจสเตอโรนของกลุ่ม P1 P2 และ P3 มีค่าเท่ากับ 8.25 ? 0.4 12.93? 2.96 และ 11.46?4.2 ng/ml ซึ่งไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) จากผลการทดลองสรุปได้ว่าการใช้โปรแกรมเหนี่ยวนำแบบ Ovsynch ร่วมกับการใช้ โปรเจสเตอโรน มีแนวโน้มให้ผลดีในแง่ของการผสมติดในควายบ้านแม่ทรายที่มีรูปแบบการเลี้ยงแบบปล่อยให้หากินอิสระตามพื้นที่ป่าธรรมชาติ นอกจากนี้การใช้ฮอร์โมน hCG เทียบกับ GnRH ในวันที่ทำการผสมเทียมในการศึกษาครั้งนี้ยังเห็นผลที่ไม่ชัดเจนในด้านการผสมติดแต่มีแนวโน้มเปอร์เซ็นต์การผสมติดของการใช้ hCG ที่สูงกว่า GnRH