ขนาดและวิธีการเหนี่ยวนำการเป็นสัดด้วยฮอร์โมนพร้อสต้าแกลนดินเอฟทูแอลฟ่าในแพะพื้นเมืองไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผลของขนาดและวิธีการเพื่อเหนี่ยวนำการเป็นสัดด้วยฮอร์โมนพรอสต้าแกลนดินเอฟทูแอลฟ่า (PGF2?) ในแม่แพะพื้นเมืองไทยของเกษตรกรรายย่อยใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 ฟาร์ม โดยแม่แพะผ่านการคลอดลูกมาแล้วอย่างน้อย 1 ครอก มีสุขภาพสมบูรณ์ ผ่านการตรวจโรคติดต่อทางระบบสืบพันธ์ การเลี้ยงดูและการให้อาหารใกล้เคียงกัน จำนวน 56 ตัว ในแต่ละฟาร์มสุ่มแม่แพะเป็น 3 กลุ่ม โดยทั้ง 3 กลุ่มได้รับการเหนี่ยวนำการเป็นสัดด้วยฮอร์โมน PGF2? 2 ครั้งห่างกัน 11 วัน โดยแม่แพะกลุ่มที่ 1 จำนวน 18 ตัวกลุ่มที่ 2 จำนวน 19 ตัว ฉีด PGF2? ขนาด 125 , 62.5 ไมโครกรัม ตามลำดับ เข้ากล้ามเนื้อ และแม่แพะกลุ่มที่ 3 ฉีด PGF2? ขนาด 62.5 ไมโครกรัม เข้าใต้เยื่อเมือกปากช่องคลอด ตรวจการเป็นสัดด้วยแพะพ่อพันธุ์ที่ตัดท่อนำน้ำเชื้อ ในชั่วโมงที่ 36 และ 48 หลังฉีด PGF2? ครั้งที่ 2 และผสมเทียม 2 ครั้งในชั่วโมงที่ 36 และ 48 ตรวจการตั้งท้องหลังการผสมเทียม 45 วัน ด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ ผลการศึกษาพบว่าแม่แพะทั้ง 3 กลุ่มมีการเป็นสัดในชั่วโมงที่ 36 ไม่แตกต่างกันคือ 83.33 %, 73.68 % และ 78.65 % ตามลำดับ และในชั่วโมงที่ 48 ไม่แตกต่างกัน คือ 94.44 %,78.95 % และ84.21 % ตามลำดับ เปอร์เซ็นต์การเป็นสัดในชั่วโมงที่ 36 กับชั่วโมงที่ 48 ของแพะพื้นเมืองทั้ง 3 กลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) และของแม่แพะทั้งหมดมีอัตราการเป็นสัดโดยเฉลี่ยเท่ากับ 85.87 % และผลการตรวจท้องหลังผสมเทียม 45 วัน แม่แพะพื้นเมืองทั้ง 3 กลุ่มไม่ตั้งท้อง