การพัฒนานวัตกรรมการวัดและประเมินผลทักษะทางนาฏศิลป์ไทยสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูโดยใช้ไคเนกต์และไมโครคอนโทรลเลอร์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวัดทักษะทางนาฏศิลป์ไทยโดยทั่วไปเป็นลักษณะของการใช้แบบประเมินประกอบการสังเกตโดยอาศัยวิจารณญาณของผู้ประเมินเป็นหลัก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู หากมีประสบการณ์น้อยหรือขาดการเตรียมความพร้อมจะส่งผลกระทบต่อผลการประเมิน คณะผู้วิจัยจึงได้การพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยในประเมินผลทักษะการรำอัตโนมัติเพลงรำแม่บทเล็กขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม ทดสอบประสิทธิภาพของนวัตกรรม และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้นวัตกรรมการวัดและประเมินผลทักษะทางนาฏศิลป์ไทย โดยใช้กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สาขาวิชานาฏศิลป์ จำนวน 10 คน โดยใช้รูปแบบวิธีการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล 2) การออกและพัฒนานวัตกรรม 3) การทดลองใช้นวัตกรรม 4) การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม 5) การประเมินผล เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรม แบบประเมินผลทักษะทางนาฏศิลป์ไทย แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้นวัตกรรม และต้นแบบนวัตกรรมการวัดและประเมินผลทักษะทางนาฏศิลป์ไทย ผลการศึกษาวิจัย พบว่า การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมในครั้งนี้เป็นลักษณะของชุดอุปกรณ์การวัดและประเมินผลทักษะทางนาฏศิลป์ไทยในบทเรียนเพลงรำแม่บทเล็กที่มีการแสดงผลคะแนนการรำแบบอัตโนมัติ โครงสร้างของนวัตกรรม แบ่งออกเป็นชุดอุปกรณ์ซึ่งประกอบด้วย 8 ส่วน ได้แก่ ไคเนกต์ ถุงมือเซนเซอร์ ถุงเท้าเซนเซอร์ กล้องเว็บแคม กระเป๋าบรรจุกล่องส่งสัญญาณ กล่องรับสัญญาณ คอมพิวเตอร์ และจอแสดงผล และโปรแกรมการวัดและประเมินผลทักษะทางนาฏศิลป์ไทย ที่ได้พัฒนาขึ้นมาจาก PyKinectv2 และ TK Python GUI โดยประสิทธิภาพของนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญ มีค่าเฉลี่ยรวมเป็น 4.55 ซึ่งระดับคุณภาพดีมาก การเปรียบเทียบผลคะแนนจากนวัตกรรมกับแบบประเมินจากผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ พบว่า มีค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยร้อยละ 9.61 และค่าความแม่นยำเฉลี่ยร้อยละ 90.39 ซึ่งจากการรำโดยผู้เชี่ยวชาญซ้ำ 4 ครั้ง พบว่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนอยู่ที่ 2.58 ทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนทางสถิติของกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 1.49 คะแนนจากความสัมพันธ์ ความพึงพอใจของผู้ใช้นวัตกรรมทุกด้านมีค่าเฉลี่ยรวม 4.65 อยู่ระดับดีมาก