การผลิตน้ำผึ้งเอกลักษณ์เฉพาะจากดอกดาวกระจายเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพในเชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยมีความเหมาะสมทุกด้านในการเลี้ยงชันโรงเพื่อผลิตน้ำผึ้งเอกลักษณ์เฉพาะเนื่องจากมี ความหลากหลายของพรรณไม้ในป้าเขตร้อน รวมถึงความหลากหลายของชนิดชันโรง ดอกไม้สมุนไพรดอก ดาวกระจายก็เป็นพืชอาหารชันโรงที่ให้น้ำหวานในระดับดีมากทั้งคุณภาพและปริมาณ ส่วนดอกขอกของ ดาวกระจายสามารถใช้ประโยชน์ได้ในรักษาโรคต่างๆ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ ดีซ่าน ไข้ ม้ามโต ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ฤทธิ์ต้านโรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ชันโรงยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิดจากยางไม้ที่ชันโรงเก็บมาชันรังเป็นตัวแทนในการ รักษาโรคอาทิ ต้านมะเร็ง เบาหวาน สมานแผล คุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร และทางเดินหายใจมากกว่าน้ำผึ้งจากผึ้งชนิดอื่นๆ ประกอบกับความสามารถในการต้านทานเชื้อโรคและปรสิต ได้ดีจึงไม่ค่อยมีศัตรูหรือโรครบกวนชันโรงทำให้ให้ไม่ค่อยมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง อีกทั้งชั้นโรงไม่ค่อยทิ้ง รังทำให้ไม่ต้องเพิ่มต้นทุนการเลี้ยงชันโรง พฤติกรรมในการเก็บเกสรและน้ำหวานโดยไม่เลือกชนิดดอกไม้และ ระยะการบินหาอาหารต่ำกว่า 100 เมตร ทำให้สามามารถควบคุมการออกหาอาหารของชันโรงได้ง่ายกว่าผึ้งชนิด อื่น จากเหตุผลดังกล่าวคณะผู้วิจัยจึงเกิดแนวความคิดต่อยอดการผลิตน้ำผึ้งอัตลักษณ์จากดอกดาวกระจาย ด้วยชันโรงเพื่อเพิ่มปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งอันจะเป็นการพัฒนาคุณค่าที่ แตกต่างของน้ำผึ้งชันโรงไทย ความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ ทั้งทางด้านรสชาติ กลิ่นและคุณค่าทางยา พร้อมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคโดยทำวิจัยรองรับเพื่อกำหนดคุณภาพของผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งที่ได้ทั้งทางด้าน คุณสมบัติทางเคมีกายภาพและสารออกฤทฤทธิ์ทางชีวภาพให้มีมาตรฐานในระดับสากล ผลการศึกษาในงานวิจัยนี้ พบว่าน้ำผึ้งชันโรงจากดอกดาวกระจายมีละอองเรณูเด่น >45% ของละอองเรญทั้งหมด ปริมาณความชื้นของ น้ำผึ้งซันโรงอยู่ในช่วง 20.2020.14 ถึง 22.90?0.17% โดยน้ำผึ้งชันโรงที่เที่เก็บในพื้นที่ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและ แมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีปริมาณฟิโนลิกทั้งหมด ปริมาณฟลาโวนอยด์ ทั้งหมด ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ (DPPH FRAP) ฤทธิ์การต้านอักเสบ (Proteinase inhibition และ BSA denaturation inhibition) สูงกว่าน้ำผึ้งที่เก็บในพื้นพื้นที่วิสาหกิจชุมชิ้นผู้เลี้ยงผึ้งไทยและชันโรง อ. บ้านคา ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำผึ้งดอกดาวกระจายสูงกว่าน้ำผึ้งกลุ่มควบคุมที่ปลูกนอกแปลงดอก ดาวกระจาย และยังพบว่าปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของน้ำผึ้งจากชันโรง T. โลeviceps สูงกว่า T. pogden: ทั้งในสองพื้นที่ ช่วงเวลาในการเก็บน้ำผึ้งก็ส่งผลต่อปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในน้ำผึ้งโดย น้ำผึ้งที่เก็บในรอบที่ 3 (เดือนมกราคม 2567) มีปริมาณฟีโนลิกและฟลาโวนอยด์ทั้งหมดสูงกว่าน้ำผึ้งที่เก็บใน รอบที่ 2 (เดือนพฤศจิกายน 2566) และ 1 (เดือนสิงหาคม 2566) ตามลำดับ สำหรับฤทธิ์การต้านมะเร็งของ น้ำผึ้งชันโรงพบว่าน้ำผึ้ง RCTP RCTL BKTP BKTL สามารถยับยั้งเซลล์ไลน์มะเร็งปอด (A549) มะเร็งตับ (Hep62) มะเร็งตับ (HepG2) มะเร็งปากมดลูก (HeLa) ได้ดี ตามลำดับ เมื่อทดสอบความเป็นพิษของน้ำผึ้ง ชันโรงต่อเซลล์ไตหนู (HEK293T) ซึ่งเป็นเซลล์ไลน์ปกติ พบว่าน้ำผึ้งชันโรงมีความเป็นพิษต่ำต่อเซลล์ไตหนู (HEK293T)(ICS)=304.41+4.23 ถึง 394.44+5.56 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร) คำสำคัญ: น้ำผึ้ง, ดอกดาวกระจาย, ชันโรง, ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ, ฤทธิ์ต้านการอักเสบ, ฤทธิ์ต้านมะเร็ง