Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

รูปแบบการผลิตบัวบกแบบแม่นยำภายใต้สภาพโรงเรือน

ฐิติพร มะชิโกวา สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้เพื่อ 1) พัฒนาสูตรสารละลายธาตุอาหารพืช และความเข้มข้นสารละลายธาตุอาหารที่เหมาะสมกับการผลิตบัวบกในสภาพโรงเรือน 2) เพื่อหารูปแบบการจัดการความเข้มแสงที่เหมาะสมกับการปลูกบัวบกภายใต้การปลูกสภาพโรงเรือน 3) เพื่อเพิ่มผลผลิตของบัวบก และมีสารสำคัญสูง ภายใต้การจัดการธาตุอาหารพืช และการจัดการแสงในโรงเรือน ซึ่งการวิจัยนี้ได้ดำเนินการในโรงเรือนที่ไม่ควบคุมสภาพแวดล้อม ประกอบด้วย 2 การทดลอง การทดลองที่ 1 ใช้บัวบกพันธุ์นครปฐมมาวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชจากต้นและใบ แล้วนำมาปรับเป็นสูตรสารละลายสำหรับปลูกบัวบก ผลการวิเคราะห์พบว่าควรมีอัตราส่วนของธาตุอาหาร N : P : K : Ca : Mg : S ด้วยอัตราส่วน 1.00 : 0.15 : 1.01: 0.28 : 0.14 : 0.17 ตามลำดับ เมื่อนำสารละลายสูตรนี้ (สูตร 3) มาปลูกบัวบกเปรียบเทียบกับสารละลายสูตร Hoagland และสูตรสำหรับผักไทย พบว่าสูตรที่ได้จากการวิเคราะห์บัวบกมีผลผลิตสูงสุด แต่มีสารสำคัญไม่แตกต่างจากสูตรอื่น การทดสอบความเข้มข้นของสารละลาย (สูตร 3) ที่เหมาะสมในการปลูกบัวบก โดยใช้ความเข้มข้นแตกต่างกัน (EC 1, 1.4, 1.8, 2.2 dS/m) พบว่าสารละลายความเข้มข้น 1.8–2.2 dS/m ส่งผลให้บัวบกมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูงสุด การทดลองที่ 2 นำบัวบกปลูกในสารละลายจากการทดลองที่ 1 พร้อมกับทดสอบความเข้มแสงระดับต่างๆ (พรางแสง 50, 60, 70 และ80%) พบว่าการพรางแสง 50% บัวบกมีการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตสูงสุด ในขณะที่สารสำคัญไม่แตกต่างกันในทางสถิติ เมื่อมีการทดสอบความเข้มแสงร่วมกับระยะเวลาการให้แสง โดยปลูกบัวบกที่มีการพรางแสง 50 และ 60% แต่มีระยะเวลาการพรางแสง 30 และ 60 วัน ผลการทดสอบบ่งชี้ว่าการพรางแสง50% เป็นระยะเวลา 30 วัน ส่งผลให้บัวบกมีการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตสูงที่สุด สำหรับการลดปริมาณไนเตรทของบัวบกที่ปลูกในโรงเรือนสามารถทำได้โดยลดความเข้มข้นสารละลาย หรือให้น้ำเปล่าก่อนเก็บเกี่ยวบัวบก 2–3 วัน สามารถลดปริมาณไนเตรทได้ ผลการวิจัยนี้ยังพบว่าการปลูกบัวบกในโรงเรือนมีผลผลิตต่อพื้นที่สูงกว่าการปลูกในแปลง ลดความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ลดการเข้าทำลายของศัตรูพืช นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนปุ๋ย สารเคมี และค่าจ้างแรงงานในการดูแลรักษา ส่งผลให้มีผลตอบแทนสูงกว่าการปลูกนอกโรงเรือน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเพิ่มปริมาณผลผลิตกระเทียมโทนโดยใช้เทคนิคการเขตกรรมและสารควบคุมการเจริญเติบโต

เบญญา มะโนชัย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

การวิจัยและพัฒนาระบบปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์แบบอัตโนมัติ

ภาคย์ สธนเสาวภาคย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศเชอรี่ในระบบโรงเรือน

สิทธิพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การเพาะเลี้ยงอับเรณูทานตะวันเพื่อผลิตสายพันธุ์แท้

หนูเดือน เมืองแสน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2560

การพัฒนาระบบการผลิตพืชตระกูลแตงภายใต้โรงเรือนที่มีอุณหภูมิสูง

นฤมล ธนานันต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2560

โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนคุณภาพ

สุภัทรา เลิศวัฒนาเกียรติ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การพัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะสำหรับปลูกใบบัวบกในระบบอินทรีย์เพื่อลดสารปนเปื้อนและเพิ่มผลผลิตปริมาณสารสำคัญให้ตรงตามความต้องการของตลาด

สิทธิพงศ์ พรอุดมทรัพย์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2566

การพัฒนาระบบการปลูกพืชไม่ใช้ดินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มนูญ ศิรินุพงศ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559

การศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบการผลิตพืชผักอินทรีย์แบบครบวงจร

สุขุม พันธุ์ณรงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การพัฒนาครกสีข้าวแบบกึ่งอัตโนมัติระดับครัวเรือน

จารินี ม้าแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2560