กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยการพัฒนาแหล่งน้ำด้วยการจัดการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายความเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อติดตามผลการทดลองเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินจืดเหนือน้ำใต้ดินเค็มในระดับลึกและมีน้ำใต้ดินกร่อยเค็มอยู่โดยรอบพื้นที่ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ในการเติมน้ำใต้ดินให้สมดุลกับการใช้ประโยชน์และไม่เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำใต้ดินจืด และไม่ส่งผลกระทบต่อความเค็มในพื้นที่สูญเสียน้ำ ผลการติดตามผลการเติมน้ำในพื้นที่ใช้น้ำใต้ดินจืดในหน่วยหินอุ้มน้ำ ภูทอกซึ่งเป็นหินแข็ง และหน่วยหินคูเมืองน้ำมูลที่เป็นตะกอนตะพักลำน้ำ รองรับด้วยหมวดหินมหาสารคามที่เป็นแหล่งกำเนิดความเค็ม พบว่า ในเวลา 2 ปี ระบบเติมน้ำใต้ดินได้รวม 506,187 ลบ.ม. ขณะที่มีการเติมน้ำตามธรรมชาติ 1,270,264 ลบ.ม. และที่มีการใช้น้ำ 198,296 ลบ.ม./ปี ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในช่วง 0.24–0.41 ม. มีความเค็มลดลงในพื้นที่เติมน้ำ และจำลองการเติมน้ำใต้ดินเงื่อนไขต่าง ๆ 30 ปี ทั้งเรื่องปริมาณและคุณภาพ พบว่า กรณีมีระบบเติมน้ำมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 233,931 ลบ.ม./ปี พื้นที่น้ำใต้ดินจืดเพิ่มขึ้น 10.64 ตร.กม. พื้นที่น้ำใต้ดินกร่อยลดลง 15.52 ตร.กม. จากการสำรวจและประเมินผลตอบแทนทางสังคม Social Return on Investment (SROI) ของโครงการ พบว่า การลงทุนสร้างระบบเติมน้ำสามารถสร้างผลตอบแทนสู่สังคม 25.80 เท่า และสร้างระบบสนับสนุนการตัดสินใจเติมน้ำใต้ดิน (MAR DSS) เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนสามารถใช้ในการออกแบบและก่อสร้างระบบเติมน้ำใต้ดินได้ ระบบ MAR DSS ประกอบด้วย ความรู้เรื่องการเติมน้ำใต้ดิน ข้อมูลพื้นฐานอุทกธรณีวิทยาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แผนที่ความเหมาะสมของการเติมน้ำใต้ดิน การเลือกวิธีการเติมน้ำใต้ดิน และคู่มือการเติมน้ำใต้ดินภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวิจัยนี้ได้ร่างแผนการจัดการเติมน้ำใต้ดินจังหวัดขอนแก่นไว้ในการศึกษานี้ เพื่อเป็นต้นแบบของการวางแผนหลักเบื้องต้นในการเติมน้ำใต้ดิน โดยเตรียมข้อมูลพื้นฐานด้านอุทกธรณีวิทยาของจังหวัดขอนแก่น วิเคราะห์น้ำท่าที่มีและศักยภาพน้ำดิบที่สามารถเติมน้ำใต้ดินได้ พื้นที่บ่อน้ำบาดาลหนาแน่น พื้นที่ภัยแล้ง พื้นที่เหมาะสมในการเติมน้ำใต้ดิน เพื่อให้หน่วยงานสามารถนำไปวิเคราะห์ความเหมาะสมในการจัดทำโครงการเติมน้ำใต้ดินเชิงพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพการรับมือภัยแล้งได้ อย่างไรก็ตามการอนุรักษ์พื้นที่เติมน้ำใต้ดินเพื่อรักษาปริมาณการเติมน้ำใต้ดินตามธรรมชาติ และการควบคุมการใช้น้ำใต้ดิน ก็เป็นกิจกรรมที่สำคัญในการจัดการน้ำใต้ดินให้มีความสมดุล รวมทั้งสามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มได้ ดังนั้นการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลน้ำใต้ดินทั้งระบบควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีการเติมน้ำใต้ดินจะช่วยให้มีทรัพยากรน้ำใต้ดินใช้ได้อย่างสมดุลและยั่งยืน คำสำคัญ น้ำใต้ดิน การเติมน้ำใต้ดิน การจัดการเติมน้ำใต้ดิน ความเค็ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
ระบบจริงที่มีความสมบูรณ์ มีคุณภาพและผ่านการทดสอบและทดลองแล้ว ในปีที่ 1 จะกลายเป็นระบบที่พร้อมนำเสนอและนำไปใช้ขยายผล คือ ระบบการวิเคราะห์พื้นที่ จัดทำแผนที่ความเหมาะสมในการเติมน้ำใต้ดิน รูปแบบระบบก่อสร้าง ฐานข้อมูล คู่มือการเติมน้ำใต้ดิน และระบบการติดตามตรวจสอบ ประเมินผล
การทดลองต้นแบบในภาคสนาม โดยระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นทั้ง 4 แบบ เป็นแบบที่ดัดแปลงจากแบบที่ใช้งานในโครงการอื่นๆ ของสถาบันทรัพยากรน้ำใต้ดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และแบบของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผ่านการนำมาใช้ในพื้นที่ในปีที่ 1 และจะได้ประเมินผลระยะยาวในปีที่ 2
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
แนวทางการแก้ปัญหาได้รับการตรวจสอบ ถูกนำเสนอแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยกระบวนการพัฒนาระบบการเติมน้ำนี้จะได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและประชาชน ในการนำไปใช้ในอนาคต
ระบบเติมน้ำใต้ดิน จะได้มีการตรวจสอบแนวทางการแก้ปัญหา (การก่อสร้างและดูแลรักษาระบบ) โดยการทดสอบในพื้นที่นำร่อง เพื่อยืนยันผลกระทบตามที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และดูความพร้อมขององค์ความรู้และเทคโนโลยี