การสร้างสรรค์และสืบต่อภูมิปัญญางานรัก เพื่อวัฒนธรรมใหม่ของคนรุ่นใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชาวกระเหรี่ยงโปว์มีความเชื่อเกี่ยวกับป่าไม้ วิถีชีวิตจึงผูกพันกับต้นไม้ ทำให้ภูมิปัญญางานรักยังคงหลงเหลืออยู่ที่บ้านแม่ต๋อม ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ภาชนะ เครื่องใช้ ยังคงเห็นการใช้งานรักอยู่แทบทุกบ้าน หากแต่คนรุ่นใหม่ ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น มีความต้องการและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ภูมิปัญญาเริ่มสูญหายไป ในปี 2558 ชุมชนบ้านแม่ต๋อมจึงได้รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนจัดการยางรักอมก๋อยอย่างยั่งยืน ตามแผนการดำเนินงานของโครงการอนุรักษ์ต้นรักและการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์จากยางรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเก็บหาและใช้ประโยชน์จากยางรักอย่างยั่งยืน แต่เนื่องจากกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนจัดการยางรักอมก๋อยอย่างยั่งยืน ยังขาดความรู้ในด้านการกรีดและจัดเก็บยางรักที่ถูกวิธี หรือการนำยางรักมาใช้ทาภาชนะ เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน มผช.ได้ จากปัญหาดังกล่าว ทางทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจเมื่อเดือนมกราคม 2564 โดยได้หารือร่วมกับหัวหน้าโครงการอนุรักษ์ต้นรักและการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นฯ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ของชุมชนและเพื่อสนองพระราชดำริ ในเบื้องต้น ทีมวิจัยเล็งเห็นปัญหาในหลายๆด้าน ได้แก่ การควบคุมคุมภาพของยางรักโดยต้องเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกต้นรัก ช่วงเวลาหรือฤดูในการเก็บยางรัก นอกจากนี้ ยังรวมถึงการคัดแยกน้ำยางรักในแต่ละฤดูกาล กระบวนการกรองยางรัก การเก็บรักษายางรัก ในส่วนของกระบวนการทำเครื่องเขินหรือการนำยางรักมาใช้กับผลิตภัณฑ์เริ่มต้น เช่น ไม้ไผ่ ทางกลุ่มยังขาดเรื่องการควบคุมคุณภาพการทำผลิตภัณฑ์เริ่มต้น กระบวนการและวิธีการใช้ยางรักที่ถูกต้อง ตลอดจนการตกแต่งผลิตภัณฑ์ในขั้นสุดท้าย เนื่องจากชุมชนมีทักษะในงานหัตถกรรมต่างๆ การเสริมด้านการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวิถีชีวิตใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับงานรัก จากแผนดำเนินงานดังกล่าว เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่อนุรักษ์วิถีงานรักให้คงอยู่ และพัฒนาคนรุ่นใหม่ในพื้นที่สานต่อภูมิปัญญางานรัก พร้อมทั้งยกระดับฝีมือของชุมชน คงเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์เครื่องเขินให้ยั่งยืนต่อไป