โครงการวิจัยบูรณาการและต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถกรรมไม้กลึง บ้านตองกาย ร่วมกับงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา บ้านเหมืองกุง เพื่อสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมสร้างสรรค์ที่ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หัตถกรรม OTOP ของตำบลหนองควาย จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ นาแนวคิดการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชนอันประกอบด้วยการ “ฟื้นฟูเอกลักษณ์ ต่อยอดภูมิปัญญา และพัฒนารูปแบบ” ที่ได้จากผลการวิจัย “โครงการพัฒนารูปแบบและคุณค่าผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุงโดยการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและฟื้นฟูเอกลักษณ์ในการออกแบบ” ของผู้วิจัยที่ทาก่อนหน้า มาปรับใช้ในการพัฒนาคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไม้กลึงบ้านตองกาย ตาบลหนองควายจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นนางานหัตถกรรมไม้กลึงบ้านตองกายที่ผ่านการพัฒนาตามแนวคิดนี้แล้วมาบูรณการเข้ากับงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง เพื่อสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมให้กับตาบลหนองควาย เกิดสินค้ารูปแบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนภูมิปัญญาเชิงช่างของงานหัตถกรรมที่สืบทอดกันมากว่า 200 ปี ของทั้งสองหมู่บ้าน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้กลึงบ้านตองกาย ได้นาแนวทางการฟื้นฟูเอกลักษณ์และเรื่องราวของสินค้า มาบูรณาการร่วมกับแนวทางการต่อยอดภูมิปัญญา เพื่อออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ 1 กลุ่ม ประกอบด้วย ขันดอก ขันเอว และอูป ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เคยผลิตที่หมู่บ้านตอง กายในอดีตแต่เลิกผลิตไปเนื่องจากไม่มีการใช้งาน และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ทักษะฝีมือในการกลึงสูง โดยนามาต่อยอดด้วยการใช้ไม้อัดกลึงเพื่อสร้างลวดลายผสมผสานกับการใช้ไม้จริง สินค้าที่ได้มีความสวยงามแปลกตา เหมาะจะเป็นของประดับตกแต่งภายในอาคาร และสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้จริง อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรม และที่สาคัญยังพบว่ากลุ่มสล่านาร่องมีความภูมิใจในผลงานและรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของและเป็นผู้สืบสานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ดังนั้นแนวทางนี้จึงน่าจะเป็นแนวทางที่กลุ่มสล่า เข้าใจ ยอมรับ และยินดีนาไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนได้ง่ายและมีความเป็นไปได้มากที่สุด และสมควรใช้เป็นโมเดลในการเริ่มกิจกรรมโครงการวิจัยประเภทพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ในแหล่งหัตถกรรมท้องถิ่นอื่นๆ ได้ต่อไปในอนาคต ส่วนแนวทางการพัฒนารูปแบบ ได้จัดทาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในวิถีชีวิตผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน รวมทั้งมีความเหมาะสมกับการใช้วัสดุที่มีการผสมผสานกันระหว่างไม้กลึงบ้านตองกายและดินเผาบ้านเหมืองกุง เพื่อออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ 1 กลุ่ม ประกอบด้วยเชิงเทียน โคมไฟตั้งโต๊ะ และของตกแต่งบ้านอื่นๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เหมาะจะใช้เป็นสินค้าของที่ระลึกให้กับหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP ของตาบลหนองควาย อาเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มสล่านาร่องของบ้านตองกายที่มีความพร้อมในการทดลอง และทางานใหม่ที่แตกต่างจากสิ่งที่ทาอยู่เดิม ในการซ้อนลายแท่งไม้อัดเพื่อนามาใช้กลึงให้เกิดลวดลาย ผลการวิจัยพบว่าการบูรณาการงานหัตถกรรมไม้กลึงบ้านตองกายร่วมกับงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุงทาให้สามารถสร้างสรรค์รูปแบบและประโยชน์ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วยการนาคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นของไม้และดินมาใช้ร่วมกันเพื่อลดข้อจากัดหรือจุดด้อยซึ่งกันและกัน ในด้านการทนร้อน กันน้า และความยืดหยุ่น สามารถทาให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หัตถกรรมใหม่ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถลดการลอกเลียนรูปแบบสินค้าเนื่องจากมีการใช้วัสดุร่วมกัน 2 ชนิดคือไม้และดินที่ผ่านการต่อยอดด้วยเทคนิคเฉพาะทางมาแล้วร่วมกับฝีมือเชิงช่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องราวของสินค้า จากการต่อยอดภูมิปัญญาการกลึงของบ้านตองกายโดยการใช้ไม้อัดซ้อนลายร่วมกับไม้จริงในการขึ้นรูปทาให้ได้พื้นผิวและลวดลายที่แตกต่างและเพิ่มความน่าสนใจของเนื้อไม้ และสามารถใช้ลวดลายที่เกิดขึ้นนี้เป็นจุดขายให้กับผลิตภัณฑ์ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการลงสี เขียนลายหรือตกแต่งด้วยวัสดุอื่นเพิ่มเติม ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางการปรับโครงสร้างการผลิตของบ้านตองกายจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือ “หุ่นดิบ” ตามสั่งเชิงปริมาณเพื่อส่งให้กับบ้านถวาย สู่การผลิตที่ครบวงจรตั้งแต่กระบวนการออกแบบขึ้นรูปจนถึงการตกแต่งผิว ทาให้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าสูงขึ้นและที่สาคัญสามารถสร้างเอกลักษณ์และแบรนด์สินค้าของบ้านตองกายให้แตกต่างจากหัตถกรรมไม้กลึงจากแหล่งผลิตอื่นได้ งานวิจัยโดยรวมได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสล่าหัวก้าวหน้า แต่อุปสรรคสาคัญของงานวิจัยคือการรวมกลุ่มยังไม่เหนียวแน่น และทัศนคติของสล่าส่วนใหญ่ที่ยังไม่พร้อมจะปรับการทางานเข้าสู่ระบบหัตถกรรมสร้างสรรค์ ยังพอใจที่จะทางานเชิงปริมาณและรับค่าจ้างรายชิ้นหรือรายวัน แนวทางแก้ไขคือต้องให้กลุ่มนาร่องทาผลงานให้เห็นประจักษ์ถึงประโยชน์ที่กลุ่มจะได้รับจากแนวทางการพัฒนานี้ เนื่องจากกระบวนการวิจัยและกิจกรรมวิจัยใช้เวลาเกินกว่าที่วางแผนไว้ทาให้ขั้นตอนของการทดลองตลาดยังไม่เกิดขึ้น โครงการวิจัยฯ จึงทาการประเมินผลิตภัณฑ์ที่ได้โดยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องแทน ผลสืบเนื่องจากการประเมินนี้ผลิตภัณฑ์ชุดต่อยอดภูมิปัญญาการกลึงด้วยเทคนิคไม้อัดซ้อนลายของกลุ่ม ได้รับการคัดเลือกจากคณะผู้เชี่ยวชาญ การออกแบบและการตลาด ในโครงการ SACTICT Craft Network and Value ครั้งที่ 5 โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ให้ได้ไปทดลองวางจาหน่ายที่ร้าน King Power ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทาให้กลุ่มเกิดกาลังใจและเห็นความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลงานตามแนวทางนี้ต่อไป