การพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมครูแบบดิจิทัลเพื่อส่งเสริมคุณภาพการสอนของครูและการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาในทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย กล่าวคือ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนที่โรงเรียน (on-site classroom) สู่การจัดการเรียนรู้แนวใหม่ที่มีบ้านเป็นฐาน (home-based learning) มีการจัดการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ พ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทในการจัดการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เช่น การดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการทำการบ้าน รวมถึงการติดต่อสื่อสารกับครูผู้สอน โดยผลการวิจัยในอดีตแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าเมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานักเรียนมีแนวโน้มที่จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น อย่างไรก็ตามพบว่า มีอุปสรรคหลากหลายในการจัดการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ทั้งในส่วนของครู เช่น สมรรถนะในการสอนออนไลน์ของครู หรือความสามารถในการสื่อสารกับพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงบทบาทการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครองอีกด้วย คณะผู้วิจัยจึงทำการศึกษาวิจัยขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างคุณลักษณะของครู คุณลักษณะของพ่อแม่ผู้ปกครอง คุณภาพการสอนของครู ปริมาณและคุณภาพการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษา การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างครูและพ่อแม่ผู้ปกครองและ ผลลัพธ์ทางการศึกษาสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตของนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 2) เพื่อพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมครูแบบดิจิทัลเพื่อส่งเสริมคุณภาพการสอนของครูและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ 3) เพื่อศึกษาติดตามการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการสอนของครูและผลลัพธ์ทางการศึกษาสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตของนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาหลังจากการใช้โปรแกรมการฝึกอบครูแบบดิจิทัลที่พัฒนาขึ้น วิธีดำเนินการวิจัยในครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลจากครูผู้สอนและพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ในสถานศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จำนวน 16 แห่ง ประกอบด้วยครูผู้สอนระดับปฐมวัย 34 คน ครูผู้สอนระดับประถมศึกษา 47 คน พ่อแม่ผู้ปกครองระดับปฐมวัย 363 และพ่อแม่ผู้ปกครองระดับประถมศึกษา 444 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามครูผู้สอนระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาและแบบสอบถามพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์เปรียบเทียบ (pre-test post-test) โดยใช้ค่าสถิติ repeated measures ANOVA การวิเคราะห์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างตัวแปร จะดำเนินการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรม Mplus