การวิเคราะห์ผลกระทบของวิกฤตโควิด 19 ต่อพัฒนาการเด็กในช่วงประถมศึกษา (อายุ 6-12 ปี)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ขณะที่มาตรการช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 มีทั้งมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ การจัดการเรียนการสอน และมาตรการทางการเงินเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนของครัวเรือน แต่มาตรการส่วนใหญ่มักเป็นมาตรการระยะสั้น อาทิ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ การให้ครัวเรือนนักเรียนเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การจ่ายเงินเยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครัวเรือนยากจน และการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาทุกระดับทั่วประเทศ มาตรการส่วนใหญ่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก และเน้นการบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเป็นสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงรุนแรงทั่วโลก (ขณะที่ศึกษาในสิงหาคม 2564) รัฐบาลไทยและประเทศส่วนใหญ่ยังไม่มีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ของเด็กหลังวิกฤตโควิด-19 ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนโครงการศึกษานี้ทำการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการเรียนรู้ของเด็กในระหว่างที่โรงเรียนถูกสั่งปิด เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยอาศัยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาประเภทต่างๆ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนของรัฐบาล โรงเรียนเอกชน โรงเรียนทางเลือก และโรงเรียนนานาชาติ ร่วมกับการสำรวจข้อมูลภาคสนามที่เก็บข้อมูลจากครัวเรือนตัวอย่างทั่วประเทศในหลากหลายรูปแบบการอยู่อาศัย อาทิ ครัวเรือนขยายที่มีคนอยู่ร่วมกันตั้งแต่ 3 รุ่นขึ้นไป คือปู่ย่า/ตายาย-พ่อแม่-ลูก ครัวเรือน 2 รุ่นที่มีพ่อแม่-ลูก ครัวเรือนพ่อ/แม่เลี้ยงเดี่ยว และครัวเรือนข้ามรุ่นที่ผู้สูงอายุอาศัยลำพังอยู่กับหลาน เป็นต้น จำนวนทั้งหมด 3,032 ครัวเรือน ในส่วนของการสัมภาษณ์โรงเรียน ผลการศึกษาพบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นที่สำคัญที่สุดในช่วงการแพร่ระบาดโควิด ที่ต้องปิดโรงเรียนและจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆนั้น คือปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่รุนแรงขึ้น ความเหลื่อมล้ำนี้เกิดขึ้นในหลายมิติ ซึ่งที่ชัดเจนที่สุดคือความเหลื่อมล้ำที่มีรากจากความแตกต่างของรายได้ เช่น นักเรียนจากครอบครัวรายได้น้อยต้องออกไปจากระบบการศึกษา (เช่นเลิกเรียนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เรียนต่อ) หรือไม่สามารถเรียนรู้ได้เต็มที่จากการขาดอุปกรณ์การเรียน หรือสภาพแวดล้อมไม่อำนวย บทบาทของครูในการช่วยเหลือนักเรียนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่มีการเรียนการสอนแบบไม่ปกติ และพบว่าความสามารถและความทุ่มเทของครูเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ของนักเรียน มากกว่าอุปกรณ์หรือแอพพลิเคชันต่างๆ เพราะความชำนาญและความใส่ใจของครูจึงสามารถช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนตามไม่ทัน หรือนักเรียนที่ไม่ใส่ใจในการเรียนให้กลับมาได้ ทั้งนี้พบว่าครูจากโรงเรียนทางเลือกเต็มใจสละเวลาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อยสองเท่าตัว การสัมภาษณ์ในเชิงลึกพบว่าครูโรงเรียนเอกชนแบบปกติมีเงินเดือนในระดับที่ไม่สูงนัก และมิได้มีสวัสดิการอื่นๆ ดังเช่นครูโรงเรียนรัฐบาล ซึ่งในการสอนออนไลน์ครูต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายบางอย่างเอง ซึ่งครูกลุ่มนี้อาจถูกมองข้ามหรือไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเท่าที่ควร ทั้งที่ครูมีภาระหน้าที่ที่สำคัญอย่างมากในการช่วยเหลือนักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ ในส่วนของการสำรวจครัวเรือน ข้อค้นพบที่สำคัญคือ ข้อจำกัดของครัวเรือนด้านทรัพยากรเงินและเวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลี้ยงดูเด็กและการเรียนรู้ของเด็กในช่วงวิกฤตโควิด โดยประเภทการอยู่อาศัยของครัวเรือน รายได้เฉลี่ยต่อหัวของครัวเรือน และการศึกษาสูงสุดของผู้ดูแลหลัก เป็นปัจจัยสำคัญสามประการที่ส่งผลต่อการทำกิจกรรมภายในบ้านร่วมกับเด็ก มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมและแก้ปัญหาการเรียนรู้ของเด็กในระหว่างการสั่งปิดโรงเรียน ควรคำนึงถึงการเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ โดยเฉพาะสัญญาณอินเตอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพดีเพียงพอสำหรับการเรียนออนไลน์ของครัวเรือนยากจน ครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกล และเนื่องจากการขาดสมาธิในการเรียนออนไลน์เป็นปัญหาสำคัญที่พบมากที่สุดในทุกประเภทครัวเรือน รัฐบาลอาจพิจารณาส่งเสริมการใช้นวัตกรรมด้านดิจิทัลร่วมกับแนวคิดสื่อสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนออนไลน์ที่น่าสนใจสำหรับเด็กประถมวัย โดยอาจปรับเปลี่ยนบทเรียนให้อยู่ในรูปการ์ตูน หรือการเล่นเกมที่มีการตอบโต้กับเด็กผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ ก็จะช่วยให้เด็กเกิดความสนใจและสามารถเรียนรู้ได้ดีขึ้น ทั้งนี้ อาจให้ความสำคัญกับการพัฒนาสื่อในวิชาหลักๆ ที่เด็กควรเรียนรู้ก่อน อาทิ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย