การวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหา ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ในชุมชน และคนเปราะบางในมิติทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม 2) หนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟูในมิติทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ 3) ศึกษาระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ของชุมชนที่เป็นโมเดลต้นแบบและขยายผลไปยังชุมชนอื่น 4) เสริมพลังกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) ในการป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต และ 5) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการศึกษาโดยใช้หลักการวิจัยและการพัฒนา มีระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 256 – 31 ธันวาคม 2564ผลการดำเนินโครงการวิจัยฯ ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติการขับเคลื่อนกระบวนการแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน 35 พื้นที่ จาก 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง กาฬสินธุ์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และจังหวัดนครราชสีมา ผลการสำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย พบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 4,022 ครัวเรือน เป็นครัวเรือนคนจน กลุ่มเปราะบาง (เด็ก/ผู้สูงอายุ/คนพิการ/ติดเตียง) ครัวเรือนผู้ตกงาน ผู้ติดเชื้อ/กลุ่มเสี่ยง และเป็นครัวเรือนทั่วไป ได้รับผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและด้านสาธารณสุข ด้านเศรษฐกิจและรายได้ และผลกระทบด้านสังคมและการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงมีการสนับสนุนกลไกองค์กรชุมชนและเครือข่ายร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงาน/ภาคีในพื้นที่ ดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบในรูปแบบกิจกรรมโครงการ ทั้งในระยะระยะเร่งด่วน/เฉพาะหน้า และระยะฟื้นฟู/พัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ให้กับกลุ่มเป้าหมายตามบริบทของพื้นที่ ผลการวิจัย พบว่า มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 35 พื้นที่ จาก 5 จังหวัด จำนวน 3,229 ครัวเรือน มีกลไกหลักที่ใช้ขับเคลื่อนโครงการหลากหลาย เช่น ทั้งกลไกขบวนองค์กรชุมชน กลุ่มวิสาหกิจ กลไกเครือข่ายบ้านมั่นคงเมือง กลไกสภาผู้นำชุมชน กลไกกองทุนสวัสดิการ เป็นต้น ส่งผลให้มีครัวเรือนเข้าถึงแหล่งอาหารถึง 717 ครัวเรือน มีครัวเรือนที่ได้รับความรู้ทางสุขภาพและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพ จำนวน 1,034 ครัวเรือน มีครัวเรือนที่มีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 471 ครัวเรือน และมีครัวเรือนที่มีรายจ่ายลดลง จำนวน 566 ครัวเรือน และผลลัพธ์ด้านอื่น ๆ เช่น เกิดกองทุนชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนกิจกรรมส่วนรวม มีการจัดทำแผนรับมือของชุมชนในการจัดการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณ และความรู้จากหน่วยงานในพื้นที่ เป็นต้น และสามารถถอดบทเรียนองค์ความรู้และกลไกการทำงานของชุมชนออกเป็น 5 เรื่อง ได้แก่ 1) การรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ในระยะเร่งด่วน/เหตุเฉพาะหน้า 2) การจัดการระบบสาธารณสุขภายในชุมชนเพื่อการรับมือและป้องกันโรคระบาด 3) การสร้างความยั่งยืน-ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กับสมาชิกในชุมชน 4) การพัฒนา ทุน ในพื้นที่เพื่อการรับมือในสภาวะวิกฤต และ 5) การสร้างกลไกของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ นอกจากนี้ ทำให้เห็นถึงโครงสร้างกลไกการทำงานในพื้นที่ที่เชื่อมโยงสู่การเกิดระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) เป็นการหนุนเสริมกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤตในอนาคตอีกด้วย