Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การพัฒนาเพื่อยกระดับอาชีพเกษตรกรและสร้างทางเลือกอาชีพใหม่รองรับคนว่างงานและคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมาด้วยการใช้ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (โคราชโมเดล)

วาสนา ภานุรักษ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ชุดโครงการ การพัฒนาเพื่อยกระดับอาชีพเกษตรกรและสร้างทางเลือกอาชีพใหม่รองรับคนว่างงานและคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมาด้วยการใช้ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (โคราชโมเดล) พัฒนาข้อเสนอจากประเด็นปัญหาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดชุดโครงการวิจัยขึ้นโดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนตลอดเวลารวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แก่กลุ่มประชาชนที่ว่างงานจากการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กลุ่มเกษตรกรฐานรากในแต่ละชุมชนของจังหวัดนครราชสีมาโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว พืชสมุนไพร และมันสำปะหลัง ทั้ง 4 ชนิดพืชที่เลือกมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในพื้นที่และเป็นพืชทางเลือก การวิจัยครั้งนี้เป็นการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิดการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ (Area Based Collaborative Research) บูรณาการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ด้วยกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับกระบวนการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) โดยมีการวิเคราะห์เชิงระบบจากปลายทาง กลางทาง สู่ต้นทางเพื่อการพัฒนาที่เชื่อมโยงเป็นระบบตามห่วงโซ่อุปทาน มีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนาจำนวน 786 คน แบ่งเป็นเกษตรกรฐานรากที่ผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์จำนวน 116 คน ผักสวนครัวจำนวน 321 คน เกษตรกรที่ปลูกสมุนไพรจำนวน 61 คน มันสำปะหลังจำนวน 34 คน และ กลุ่มประชาชนที่ว่างงานจากการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 รวมจำนวน 254 คน ผลการดำเนินงานที่ได้จากการวิจัยประกอบด้วย 1).การพัฒนารูปแบบเชิงธุรกิจข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว สมุนไพร และมันสำปะหลัง เพื่อยกระดับอาชีพเกษตรกรและสร้างทางเลือกอาชีพใหม่รองรับคนว่างงานและคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้ตัวแบบเชิงธุรกิจ/ตัวแบบเชิงการพัฒนาระบบและกลไกการยกระดับมาตรฐานการผลิต การแปรรูปและการตลาดเพื่อเพิ่มคุณภาพพร้อมส่งต่อการเชื่อมโยงแต่ละห่วงโซ่ของการพัฒนาโดยการใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม up skill /re skill ของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายและกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้แนวคิดการยกระดับมาตรฐานการผลิต การแปรรูปและการตลาด ในส่วนการผลิตขับเคลื่อนภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐาน จังหวัดนครราชสีมา (Korat Organic Standard : KOS) และการพัฒนาให้ได้มาตรฐานอื่นๆ เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว พืชสมุนไพร และมันสำปะหลัง รวมถึงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์แปรรูปให้สามารถได้รับการรับรองมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2) กระบวนการพัฒนาเพิ่มรายได้/การลดต้นทุน/เพิ่มผลผลิต ด้วยการใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์สรรพสิ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิตทดแทนปุ๋ย/สารเคมี จากการวิเคราะห์น้ำหมักจุลินทรีย์สรรพสิ่ง มีค่าความเป็นกรดด่างเท่ากับ 3.5 มีค่าการนำไฟฟ้าถึง 14.96 ไมรโครซีมีน มีปริมาณธาตุอาหารหลักและอาหารรอง ได้แก่ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) เหล็ก (Fe) สังกะสี (Zn) คอปเปอร์ (Cu) มีปริมาณค่อนข้างสูง โดยเฉพาะแคลเซียม แมกนีเซียม และไนโตรเจน มีสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชกลุ่ม Free IAA และ Free Cytokinin ไม่พบ GA3 จากการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกส์มีความหลากหลายของแบคทีเรีย 32 OTUs มีค่าความมากชนิด (Chao1 richness) 32, Shannon index 2.683 และ Gini-Simpson index 0.743 พบแบคทีเรีย 3 Phylum, 5 Class, 8 Family, 14 Genus, 27 Species โดยชนิดที่พบมาก ได้แก่ Acetobacter ghanensis และ Lactobacillus kitasatonis ผลการจากการหาแนวทางการใช้ประโยชน์จากน้ำหมักจุลินทรีย์สรรพสิ่งกับการปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัวและสมุนไพร พบว่า ความเข้มข้นของน้ำหมักจุลินทรีย์สรรพสิ่งต่อน้ำในอัตราส่วน 1:1000 มีอัตราการงอกและดัชนีความแข็งแรงสูงที่สุด ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และ 6726 ตามลำดับ ส่วนปริมาณรงควัตถุอยู่ในเกณฑ์สูง 3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าด้วยการแปรรูปจากข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว และสมุนไพร ได้จำนวน 6 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ (1).ชาข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ได้รับการรับรองรองมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขที่3010584260006 (2).ชากระเพราแดงได้รับการรับรองมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เลขที่ 3010584260005 (3). การแปรรูปผลิตภัณฑ์ผักแผ่นเสริมโปรตีนเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากผักสลัดตกเกรด การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผักตกเกรดในครั้งนี้ได้พัฒนาเป็นในรูปของทานเล่นหรือขนมขบเคี้ยว โดยพัฒนาต้นแบบ 2 ชนิด คือ 1) แบบเสริมโปรตีนจากเนื้อปลา และ 2) แบบเสริมโปรตีนจากถั่วเหลือง (4).การสกัดสารสำคัญในพริกและข่าเหลือง (5).น้ำกระชายขาวเข้มข้น (6)น้ำกระชายขาวผสมวุ้นว่านหางจระเข้แบบเข้มข้น 4) ตัวแบบการพัฒนาท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่มีศักยภาพทนทานต่อการเข้าทำลายของแมลงพาหะ และสร้างฐานข้อมูลเครือข่ายโลจิสติกส์ ห่วงโซ่ความรับผิดชอบของเกษตรกรผู้ซื้อ-ขาย ที่ปลูกท่อนพันธ์สะอาดมันสำปะหลังในเขตจังหวัดนครราชสีมา มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ระบบโมบายคอมพิวติ้ง การประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการสร้างนวัตกรรมสำหรับให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง จะสามารถนำมาใช้บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานท่อนมันสะอาดตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การเฝ้าระวัง การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การติดตามโรคระบาด ตลอดถึงการเก็บเกี่ยว ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบ (Stakeholder) เกิดความมั่นใจในการซื้อ-ขาย เกิดความสะดวกในการได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทางการค้า ประหยัดต้นทุน เวลา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ยังสามารถลดการติดต่อด้วยคนและการสัมผัสในช่วงโรคระบาด และการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่ความรับผิดชอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา สามารถแสดงพิกัดตำแหน่งของแปลงมันสำปะหลังของเกษตรกรผู้ซื้อ-ขายทั้งหมด การติดตามโดยมีการระบุที่มาที่ไปของการกระจายท่อนพันธุ์สะอาด ทิศทางการกระจายตัว ปริมาณผลผลิต ตลอดจนคุณภาพในการบริหารจัดการในระบบโลจิสติกส์ของโซ่อุปทานของท่อนพันธุ์ มีการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลแบบออน์ไลน์ ผ่านระบบเครือข่ายคลาวด์คอมพิวติ้ง อีกทั้งเกษตรกรสามารถนำเข้าข้อมูลได้ด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชันที่ได้พัฒนาขึ้น 5) การพัฒนาการตลาดแบบผสมผสานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาช่องทางการตลาดแบบ O2O (online to offline) ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา นำข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว สมุนไพรที่ได้มาตรฐาน KOS ขายในงานจัดแสดงสินค้าต่างๆ และ การพัฒนาความรู้และทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนเป็น Knowledge worker หรือ Up Skill / Re Skill เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดเป็นผู้ขายและเพิ่มศักยภาพการขายบนช่องทางการตลาดออนไลน์ การดำเนินโครงการวิจัย สามารถถอดตัวแบบเชิงธุรกิจออกมาได้คือ การยกระดับมาตรฐานข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว สมุนไพร และผลิตภัณฑ์แปรรูป ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา (KOS) มาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการเพิ่มช่องทางการตลาด ในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจ ตัวแบบการพัฒนาคือระบบและกลไกความร่วมมือสู่การบูรณการแผนพัฒนาจังหวัดในการพัฒนาข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ผักสวนครัว สมุนไพร และมันสำปะหลังจังหวัดนครราชสีมาที่จะนำไปสู่การยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรฐานรากจังหวัดนครราชสีมาโดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนาตามโครงการสามารถยกระดับรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10,000 บาทต่อครัวเรือน และนำไปสู่การขยายผล และกลไกหนุนเสริมมีการติดตามทบทวนผลการดำเนินงานร่วมกันเพื่อนำผลมาปรับปรุงพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา และกลไกการสร้างเครือข่ายในการพัฒนาร่วมกันต่อไป

คำสำคัญ

COVID-19จังหวัดนครราชสีมาโควิด-19Nakhon Ratchasima provincecreating new career optionsEnhancing farmers’ careersKorat Modelthe unemployed peopleการยกระดับอาชีพเกษตรกรคนว่างงานโคราชโมเดลสร้างทางเลือกอาชีพใหม่

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสร้างนวัตกรรมอาชีพการเกษตร เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 พื้นที่จังหวัดสงขลา (สงขลาโมเดล)

ทวีศักดิ์ นิยมบัณฑิต หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2564

นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกนาแปลงใหญ่เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

นายวิเชียร ฝอยพิกุล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2561

นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่หนุนเสริมขีดความสามารถภาคการเกษตร และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดนครราชสีมา

วิเชียร ฝอยพิกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2561

ชุดโครงการการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด 19 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอตอนล่าง ของจังหวัดสงขลา

มายือนิง อิสอ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

แนวทางการพัฒนาทักษะอาชีพจากนวัตกรรมการเกษตรเพื่อยกระดับรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพวัยรุ่นในเขตเมืองบุรีรัมย์ในยุคไทยแลนด์ 4.0

รุ่งรัตน์ หัตถกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2563

โครงการทดลองขยายการผลิตแปลงใหญ่และการพัฒนาแฟลตฟอร์มนวัตกรรมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชที่เหมาะสมกับภูมิสังคม

ธัชธาวินท์ สะรุโณ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

การสร้างนวัตกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

ภูริพัฒน์ แก้วศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2563

การวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนเพื่อสร้างนวัตกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

ทศพล พงษ์ต๊ะ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2563

โครงการบูรณาการนวัตกรรมการวิจัยข้าวเพื่อพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจของจังหวัดชัยนาท

ไสว ฟักขาว มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ. 2561

การสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาผลกระทบจาก โควิด-19 พื้นที่จังหวัดกระบี่ (กระบี่โมเดล)

ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563