การสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาผลกระทบจากโควิด 19 พื้นที่จังหวัดสกลนคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อำเภอวานรนิวาส และอำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร เป็นพื้นที่ที่เกษตรกรมีความยากจน มีรายได้ต่ำที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ลักษณะโครงสร้างดิน แหล่งน้ำต้นทุนทั้งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน เป็นดินลูกรัง ปะปนด้วยดินเค็ม ขาดแคลนน้ำผิวดินสูงการเพาะปลูกจึงได้ผลผลิตต่ำกว่าพื้นที่อื่นเป็นอย่างมากภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (covid-19) เกษตรกรก็ประสพปัญหายอดขายผลผลิตทางการเกษตรลดลงกว่าร้อยละ50 ของสถานการณ์ปกติ อีกทั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้เกษตรกรบางส่วนขาดรายได้ที่ได้รับจากลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่น เนื่องจากตกงานและผู้คนเหล่านั้นก็เดินทางกลับบ้าน และขาดรายได้ ขาดอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโครงการวิจัย การวิจัยมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมชุมชน ได้แก่ นวัตกรรมการปรับปรุงบำรุงดิน นวัตกรรมการการบริหารจัดการน้ำ นวัตกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์คราม นวัตกรรมการสร้างมูลค่าในผลิตภัณฑ์สมุนไพร นวัตกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มในพืชผัก นวัตกรรมการสร้างป่าเศรษฐกิจครอบครัว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยพัฒนาเกษตรกรผลิตวัตถุดิบคุณภาพ ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพจากต้นน้ำ กลางน้ำ ไปถึงปลายทางโครงการวิจัยได้ออกแบบกระบวนการที่จะเอาไปใช้เพื่อพัฒนาเกษตรกรในการผลิตกล้วยหอมทอง คราม สมุนไพร ผักสวนครัว และการสร้างป่าเศรษฐกิจครอบครัว ด้วยองค์ความรู้ที่มีของนักวิจัยในแต่ละโครงการย่อย ด้วยวิธีการพาทำ เปลี่ยนความคิดเกษตรกร และติดตาม พร้อมกับการสร้างนักวิจัยชาวบ้านให้เป็นนักวิจัยในเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และหนี้สินของตนเองผลการวิจัยพบว่า เมื่อนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมที่แม่นยำ เข้าไปช่วยแก้ปัญหาเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การปรับปรุงดิน การบริหารจัดการน้ำ การคัดเลือกสายพันธ์ การบริหารจัดการแปลง การดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างถูกต้อง ตามมาตรฐาน สามารถช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิต คุณภาพ แล้วนำมาสู่มูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรได้ เช่น สมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญเอนโดรกราฟาไรด์ 4-6%โดยน้ำหนัก สามารถเพิ่มมูลค่าจากกิโลกรัมละ 40-50 บาทเป็น 150-750 บาท กระบวนการวิจัยนี้สามารถเพิ่มผลผลิตครามและเนื้อคราม ได้มากกว่าก่อนพัฒนามากถึง 2 เท่าตัวผักสวนครัวจำหน่ายได้ง่ายเป็นที่ต้องการของตลาดแม้เจอภาวะวิกฤติจากการแพร่ระบาดโควิด -19 เมื่อพัฒนาต้นน้ำ ให้มีคุณภาพแล้ว โครงการวิจัยยังมีการพัฒนาในส่วนกลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเน้นการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด และมีมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเกษตรกรจากผู้ผลิตเป็นผู้ขายทั้งออนไลน์และออนไซด์ การสร้างนวัตกรรมการสื่อสารการดำเนินโครงการ ผลคือ ทำให้โครงการเป็นที่รู้จัก รับรู้ต่อบุคคลทั่วไป และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทำให้ผลิตภัณฑ์และสินค้าของเกษตรกรเป็นที่รู้จัก มีช่องทางจำหน่ายได้มากขึ้นนอกจากนี้กลุ่มเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่อำเภอวานรนิวาสและอำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนครมีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 7,558.28 บาท/เดือน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 123.18 ซึ่งเดิมมีรายได้เฉลี่ยก่อนเข้าร่วมโครงการ เท่ากับ 6,136.03 บาท/เดือน และหลังสิ้นสุดโครงการมีรายได้เฉลี่ยเท่ากับ 13,694.31 บาท/เดือน นอกจากนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายยังมีรายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากการลดต้นทุนการเพาะปลูก เมื่อมีความรู้ในการปรับปรุงดิน ลดต้นทุนได้ 13,500 บาทต่อไร่ และสมาชิกกลุ่มเป้าหมายยังยังมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการลดต้นทุนการผลิตทางด้านการเกษตรได้ 100 % จากการเปลี่ยนจากการใช้ระบบสูบแบบน้ำมันเชื้อเพลงและไฟฟ้า เป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ จำนวน 5 รูปแบบด้วยงบประมาณ 50,000 เจาะบาดาล ขนาดบ่อ 5 นิ้ว ลึกไม่เกิน 50 เมตร ปั้มน้ำบาดาลแบบจุ่มกระแสตรง ไร้แปลงถ่าน (DC Brushless) ขนาด 750 วัตต์ แผงโซล่าเซลล์ แบบ Poly 340 w จำนวน 3 แผง โครงสร้างถังสูง 3 เมตร ถังสำรองน้ำ PVC 2,000 ลิตร ชุดควบคุมปั้ม สายไฟ ระบบท่อสูบ 1.5 นิ้ว ส่ง 2 นิ้ว อัตราการการคืนทุน 1.2 ปีให้กับชาวบ้าน