โครงการย่อยที่ 3 การเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัญหา: ความต้องการการดูแลสุขภาพจิตเพิ่มสูงขึ้นภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ในขณะที่การดำเนินงานที่เน้นการดูแลรักษารายบุคคลและการดำเนินงานแบบ Top down ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงมีการนำแนวคิดของการดูแลสุขภาพจิตและการสนับสนุน ทางจิตสังคมในระดับชุมชนเข้ามาใช้ วัตถุประสงค์: การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพจิตและจิตสังคมในชุมชนภายใต้สถานการณ์วิกฤติโควิด-19 (โปรแกรมการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชน) ประเมินผล และพัฒนาแนวทางสนับสนุนการขยายผลโปรแกรมให้ครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัดเป้าหมายที่ถูกเลือกมาเพื่อเป็นพื้นที่เฝ้าระวังปัญหาการฆ่าตัวตายใน ปี พ.ศ. 2564-2565 ให้ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 8 ต่อแสนประชากร รวมถึงเพื่อประเมินผลโปรแกรมนี้เมื่อถูกขยายผลไปใน 25 จังหวัด วิธีดำเนินการโดยสังเขป: การศึกษาครั้งนี้เป็นรูปแบบการวิจัยการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยเทคนิคการวิจัยเชิงผสมผสาน (Mixed Methods) มีกระบวนทัศน์การวิจัยแบบปฏิบัตินิยม (Pragmatism) ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริง โดยผู้วิจัยใช้การออกแบบลักษณะของการวิจัยหลายระยะ (Multiphase Research Design) แบ่งขั้นตอนของการวิจัยเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 เพื่อพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพจิตและจิตสังคมในชุมชนภายใต้สถานการณ์วิกฤติโควิด-19 (โปรแกรมการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชน) ให้สมบูรณ์ และประเมินผลโปรแกรมนี้ในพื้นที่จริง ระยะที่ 2 เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานและการสนับสนุนการขยายผลโปรแกรมให้ครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัดเป้าหมาย และระยะที่ 3 เพื่อประเมินผลโปรแกรมนี้เมื่อถูกขยายผลไปใน 25 จังหวัด โดยกรอบแนวคิด RE-AIM สรุปผลและข้อเสนอแนะ: ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมความความยืดหยุ่นของชุมชน การลดปัญหาสุขภาพจิต และการเพิ่มคุณภาพชีวิต หากแต่พื้นที่ในการศึกษามีขอบเขตกว้างเกินไปทำให้ไม่สามารถศึกษาถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดความแตกต่างในแต่ละบริบทได้ ควรมีการศึกษาเชิงคุณภาพในประเด็นปัจจัยสนับสนุนที่มีผลต่อความสำเร็จในการนำโปรแกรมการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนไปใช้ในครั้งต่อไป และติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทราบถึงผลลัพธ์ในระยะยาว ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาวะหรือความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ควรได้มีโอกาสได้เข้ามาเรียนรู้และร่วมมือกันในการดำเนินงานการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนในอนาคตหากเกิดวิกฤตขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย