ปัจจัยเชิงเหตุที่มีอิทธิพลและประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานของอาสาพัฒนาชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อาสาพัฒนาชุมชน คือบุคคลที่มีบทบาทสําคัญในการทํางานพัฒนาชุมชนและประเทศชาติเพื่อให้บรรลุ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน การวิจัยครั้งนี้เป็ นการวิจัยเชิงปริมาณแบบพหุวิธี แบ่งการวิจัยเป็ น 2 ระยะ ประกอบด้วย การวิจัยระยะที่ 1 มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาและตรวจสอบความกลมกลืนของโมเดลปัจจัยเชิงสาเหตุของ ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชน เก็บข้อมูลจากอาสาพัฒนาชุมชน จํานวน 362 คน โดยใช้ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นระหว่าง .92 - .96 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ส่วนการ วิจัยระยะที่2 เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความมุ่งมั่นทุ่มเทในการ ทํางานของอาสาพัฒนาชุมชนซึ่งพัฒนามาจากตัวแปรที่มีอิทธิพลสูงสุดจากผลการวิจัยระยะที่ 1 เก็บรวบรวมข้อมูลจาก อาสาพัฒนาชุมชน จํานวน 32 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เครื่องมือในการวิจัยได้แก่ มาตรวัดความมุ่งมั่น ทุ่มเทในการทํางาน และโปรแกรมเสริมสร้างความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชน วิเคราะห์ข้อมูลโดย การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วมและการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสองทางเมื่อมีการวัดซํ้า ผลการวิจัยระยะที่ 1 พบว่า รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานอาสาพัฒนาชุมชนมีความ สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (?2 = 476.41, df = 195, p = .000, ?2/df = 2.44, RMSEA = .063, SRMR = .034, GFI = .90, AGFI =.85, CFI = .99, NFI = .98) โดยงานที่มีความหมาย คุณภาพชีวิตในการทํางานมีอิทธิพลทางตรงต่อ ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชน (B=.20, B = .61 ตามลําดับ ; p<.01) และบรรยากาศในการ ทํางานมีอิทธิพลทางอ้อมความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชนผ่านคุณภาพชีวิตในการทํางาน (B=.51; p<.01) ส่วนผลการวิจัยระยะที่ 2 พบว่า ในระยะหลังเข้าร่วมอบรมกลุ่มทดลองมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของ อาสาพัฒนาชุมชนในการทํางานสูงกว่ากลุ่มควบคุม (F = 7.913; p<.01) และในระยะติดตามผลหลังการฝึกอบรม 1 เดือน กลุ่มทดลองมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชนสูงขึ้นจากระยะหลังเข้าร่วมอบรม (F = 16.361; p<.01) ในขณะที่กลุ่มควบคุมไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ความสําคัญของการวิจัยในครั้งนี้ คือการเพิ่มพูนองค์ความรู้ในการกําหนดนโยบายเพื่อพัฒนาความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชน