กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาแมโครฝาจให้มีความสามารถในการจับกับโมเลกุล CD147 โดยการใช้ไคแมริกแอนติเจนรีเซปเตอร์และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโตซิส เนื่องจากปัจจุบัน โรคมะเร็งยังเป็นโรคที่ยากต่อการรักษา การใช้ chemotherapy ก็มีผลข้างเคียงต่อคนไข้ที่เข้ารับการรักษา ดังนั้นการใช้วิธีการรักษามะเร็งทางเลือก เช่น ภูมิคุ้มกันบำบัดจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ไคแมริกแอนติเจนรีเซปเตอร์ คือ เซลล์ภูมิคุ้มกันที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมให้มีการแสดงออกของโปรตีนตัวรับแบบผสมที่จำเพาะเจาะจงกับโปรตีนบนผิวของเซลล์มะเร็ง ปัจจุบันนี้ มีการรักษามะเร็งโดยการใช้เซลล์คาร์ที (CAR-T) แล้ว แต่ว่าการใช้เซลล์คาร์ทีในการรักษามะเร็งยังมีข้อจำกัด เช่น การรักษามะเร็งชนิดก้อน การเกิดมะเร็งกลับซ้ำ (antigen escape) เป็นต้น ดังนั้นผู้วิจัยจึงเกิดความคิดที่จะใช้ความสามารถของเซลล์แมโครฝาจ ที่สามารถแทรกตัวเข้าไปในก้อนเซลล์มะเร็งให้มีความสามารถในการกำจัดมะเร็ง โดยจะสร้างเป็นเซลล์คาร์พี (CAR-P) หรือไคแมริกแอนติเจนรีเซปเตอร์ที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโตซิส และจำเพาะกับโมเลกุล CD147 ที่จะมีการแสดงออกเยอะในเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิด เป้าหมายคือเพื่อที่จะสร้างเซลล์แมโครฝาจที่สามารถทำลายมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้วิจัยเริ่มจากการสร้างพลาสมิดที่มียีนกำหนดการสร้างโปรตีน scFv CD147 CAR-P ก่อน จากนั้นนำพลาสมิดทีได้ไปทำการสร้างเป็น lentiviral vectors จากนั้นก็มีการทดสอบการจับกันของโปรตีน scFv CD147 กับโปรตีนเป้าหมาย CD147Rg ทั้งในระบบ ELISA และภายใต้กล้องจุลทรรศน์ฟลูออเรสเซนต์ โดยผลการทดสอบพบว่า โปรตีน scFv CD147 มีความสามารถจับได้อย่างจำเพาะกับโปรตีนเป้าหมาย CD147Rg จากนั้นทางผู้วิจัยได้ทำการทดสอบการแสดงออกของโมเลกุล CD147 บนผิวเซลล์ THP-1 และเซลล์ต้นกำเนิด SFiPSCs ก่อนที่จะนำส่งยีนที่กำหนดการสร้างโปรตีน scFv CD147 CAR-P ด้วย lentiviral vectors โดยการทดสอบพบว่า เซลล์ THP-1 และเซลล์ต้นกำเนิด SFiPSCs มีการแสดงออกของโมเลกุล CD147 100% ซึ่งคิดว่าน่าจะมีปัญหาในขั้นตอนการกระตุ้นให้เซลล์กลายเป็นแมโครฝาจ ที่อาจจะทำให้เซลล์เกิดการกินกันเองด้วยวิธีฟาโกไซโตซิส ดังนั้นผู้วิจัยจึงทำการ knock-out โมเลกุล CD147 บนผิวเซลล์ THP-1 และเซลล์ต้นกำเนิด SFiPSCs หลังจากนี้ ผู้วิจัยจะทำการคัดเลือกเซลล์ที่ไม่มีการแสดงออกของโมเลกุล CD147 มาทำการนำส่งยีน scFv CD147 CAR-P และกระตุ้นให้เซลล์กลายเป็นเซลล์แมโครฝาจและทดสอบความสามารถในการจับกินเซลล์มะเร็งที่มีการแสดงออกของโมเลกุล CD147 ต่อไป องค์ความรู้ทั้งหมดที่ได้จากการศึกษานี้จะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดวิธีการรักษามะเร็งได้ในอนาคต อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในงานวิจัยนี้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.