โครงการวิจัยการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ระยะที่ 1)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าถึงสถานะปัจจุบันของการปฏิบัติราชการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของหน่วยงานบริหารราชการส่วนกลาง ระดับกระทรวง กรม และสำนักงาน รวมถึงศึกษาค้นคว้าถึงการเปลี่ยนแปลงของการปฏิบัติราชการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายหลังการเกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อปรับปรุงโมเดลการประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถใช้ได้ในลักษณะทั่วไปสำหรับหน่วยงานราชการทุกกระทรวง และเพื่อพัฒนาแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนของการปฏิบัติราชการบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่หน่วยงานบริหารราชการส่วนกลางสามารถนำไประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมในแนวทางเดียวกัน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานตัวอย่าง 2 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย การวิจัยเป็นแบบผสม ในการวิจัยเชิงคุณภาพได้ประยุกต์ใช้วิธีการสามเส้า (Triangulation) โดยในการเก็บข้อมูลนอกจากการค้นคว้าเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลปฐมภูมิด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารระดับสูงหรือผู้บริหารระดับกลาง และการประชุมกลุ่ม (Focus group) ผู้บริหารระดับกลางและหรือผู้บริหารระดับต้น และการวิจัยเชิงปริมาณใช้การสำรวจความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จากนั้นได้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) เช่น ค่าเฉลี่ย ความถี่ และร้อยละ และสถิติเชิงอนุมานคือ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation) สำหรับเกณฑ์การประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงจากการวิจัยเชิงคุณภาพได้กำหนดคะแนนเพื่อประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของหน่วยงานออกมาเป็นคะแนนเต็ม 100% ในแต่ละระดับ (เข้าข่าย เข้าใจ และเข้าถึง) และกำหนดเกณฑ์ในการประเมินที่จะพิจารณาว่าหน่วยงานผ่านการประเมินในระดับนั้น ๆ ต้องมีคะแนนโดยรวมของแต่ละระดับอย่างน้อย 80% ขึ้นไป ส่วนเกณฑ์การประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงจากการวิจัยเชิงปริมาณได้กำหนดเกณฑ์ผ่านของระดับเข้าข่ายที่ร้อยละ 80 ระดับเข้าใจที่ร้อยละ 90 และระดับเข้าถึงที่ร้อยละ 95 นอกจากนั้นการจะสามารถผ่านเกณฑ์ในระดับที่สูงขึ้นได้ก็จะต้องผ่านเกณฑ์ในระดับที่ต่ำกว่าก่อน ผลการประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบว่า กรม/สำนักงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 15 หน่วยงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงระดับเข้าข่าย และมี 4 กรม/สำนักงาน ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงระดับเข้าใจด้วย ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ส่วนผลการประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงมหาดไทยพบว่า กรม/สำนักงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทั้ง 7 หน่วยงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงระดับเข้าข่าย สำหรับการประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณพบว่า ทุกกรม/สำนักงานในสังกัดกระทรวงทั้งสองมีคะแนนความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ในระดับเข้าข่ายทั้งหมด และยังไม่มีหน่วยงานใดได้คะแนนในระดับเข้าใจและเข้าถึงตามเกณฑ์ ผลการเปลี่ยนแปลงของการปฏิบัติราชการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายหลังการเกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พบว่า ทุกหน่วยงานต่างแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวในการทำงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้นและการปรับการทำงานภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ลดลง อย่างไรก็ตามก็มีประเด็นที่สำคัญที่มีการติดตามสภาวะการณ์การปฏิบัติราชการตามยาวเป็นระยะ ๆ ของหน่วยงานเหล่านี้ทำให้ได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญในด้านการปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นในการทำงานขององค์การ ส่งผลแสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่ต้องเก่งในการจัดลำดับของงานและสร้างทีมงานที่เหมาะสมขึ้นมา ในการวิจัยครั้งนี้ยังได้มีการปรับปรุงโมเดลความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงโดยปรับเนื้อหาที่สำคัญใน 2 มิติ ได้แก่มิติที่ 3 บุคลากรมีคุณธรรมและเก่ง และมิติที่ 4 ประโยชน์แก่องค์การและสังคม นอกจากนั้นได้มีการนำเสนอแผนที่นำทาง (Roadmaps) เพื่อกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และแนวทางการปฏิบัติในการบริหารราชการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้สูงระดับยิ่งขึ้นต่อไป คำสำคัญ: โมเดลความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารราชการแผ่นดิน ความยั่งยืน ความสุข ประโยชน์สุข