ฤทธิ์ทางชีวภาพของพอลิแซคคาไรด์ละลายน้ำจากเห็ดหูหนู เห็ดหูหนูขาว เห็ดฟาง และเห็ดนางฟ้าสำหรับการประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพอลิแซคคาไรด์ที่ละลายน้ำได้จากเห็ด 4 ชนิดคือ เห็ดหูหนู (Auricularia auricular) เห็ดหูหนูขาว (Tremella fuciformis) เห็ดฟาง (Volvariella volvacea) และเห็ดนางฟ้า (Pleurotus sajor-caju) แล้วคัดเลือกพอลิแซคคาไรด์จากเห็ดชนิดที่ให้ฤทธิ์ทางเครื่องสำอางสูงสุดเพื่อพัฒนาเป็นสารให้ความชุ่มชื้นผิวในผลิตภัณฑ์เจลครีม การสกัดด้วยน้ำร้อนให้ร้อยละผลผลิตพอลิแซคคาไรด์ ปริมาณเบต้ากลูแคน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ยับยั้งไทโรซิเนสสูงกว่าการสกัดด้วยคลื่นเสียงและไมโครเวฟตามลำดับ เห็ดหูหนูมีปริมาณเบต้ากลูแคนสูงสุดคือร้อยละ 29 โดยน้ำหนัก รองลงมาคือเห็ดนางฟ้า เห็ดฟางและเห็ดหูหนูขาวซึ่งมีค่าร้อยละ 24, 19 และ 8 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามพอลิแซคคาไรด์จากเห็ดฟางมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ยับยั้งไทโรซิเนส และศักยภาพการีดิวซ์สูงที่สุด การศึกษาความสามารถการดูดกลืนยูวีพบว่าตัวอย่างพอลิแซคคาไรด์จากเห็ดฟางให้ค่าการดูดกลืนยูวีสูงที่สุด รองลงมาคือตัวอย่างจากเห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนูดำ และเห็ดหูหนูขาว ตามลำดับ พอลิแซคคาไรด์จากเห็ดทั้งสี่ชนิดให้ค่าการดูดกลืนยูวีอย่างมีประสิทธิภาพในช่วง UVB-UVA และมีช่วงการดูดกลืน UVA ครอบคลุมมากกว่าสารมาตรฐาน oxybenzone นั่นคือพอลิแซคคาไรด์จากเห็ดสามารถพัฒนาเป็นสารกันแดดได้ทั้งช่วง UVB และ UVA การพัฒนาสูตรตำรับเจลครีมผสมพอลิแซคคาไรด์จากเห็ดฟาง พบว่าผลิตภัณฑ์ครีมมีความคงตัวสูง มีการเปลี่ยนแปลงของสี ความหนืด และค่าความเป็นกรดด่างน้อยมากเมื่อทดสอบความคงตัวด้วยสภาวะเร่งร้อนสลับเย็นเป็นเวลา 4 รอบ และเก็บภายใต้แสงและสภาวะอุณหภูมิ 50oC เป็นเวลา 2 เดือน การทดสอบการระคายเคืองในอาสาสมัครจำนวน 20 คน โดยใช้โซเดียมลอริลซัลเฟตร้อยละหนึ่งเป็นตัวควบคุมเชิงบวก พบว่าผลิตภัณฑ์ครีมเจลผสมพอลิแซคคาไรด์จากเห็ดฟางไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในอาสาสมัคร และผลิตภัณฑ์ตัวอย่างสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นผิวหนังของอาสาสมัครหญิงและชายอายุระหว่าง 20-50 ปี จำนวน 20 คน อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05)