แผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง “แผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ นโยบาย และสถานการณ์การจัดการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย 2) วิเคราะห์ศักยภาพ ข้อจำกัด และช่องว่างในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย 3) วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย 4) เพื่อประมาณการผลการปล่อยคาร์บอนและกำหนดเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และ 5) จัดทำแผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ทำการศึกษาโดยใช้ระเบียบการวิจัยแบบเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ตามกรอบแนวคิด Sustainability Balanced Scorecards: SBSC โดยกลุ่มเป้าหมายผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย 1) หน่วยงานภาครัฐ 2) ภาควิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการท่องเที่ยว 3) ภาคเอกชน หรือเจ้าของธุรกิจผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว 4) ภาคประชาสังคม และ 5) ประชาชน ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนาและจังหวัดน่าน ทำการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และแบบบอกต่อ (Snowball Sampling) และกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว 6 จังหวัดในพื้นที่ศึกษา จำนวน 600 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental sampling) และทำการวิเคราะห์ข้อมูล 5 รูปแบบ ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ช่องว่าง Gap Analysis 2) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม SWOT Analysis และ TOWS Matrix 3) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย Stakeholder Analysis 4) การวิเคราะห์และฉายภาพ Scenario Analysis และ 5) การใช้ Sustainability Balanced Scorecards: SBSC เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570 ผลการศึกษา พบว่า กระบวนการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการท่องเที่ยวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) นั้นจะต้องมีการขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งในระดับมหภาคหรือภาพรวมทั้งประเทศร่วมกับการจัดการด้านพลังงานสะอาดและการคมนาคมเป็นหลัก ตลอดจนระดับจุลภาคที่มีหลายพื้นที่เริ่มการขับเคลื่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับชุมชน ท้องถิ่น โดยการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น การเกษตรของท้องถิ่น อาหารพื้นถิ่น การใช้ภูมิปัญญาที่คู่กับธรรมชาติในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ตลอดจนการลดการขนส่งจากภายนอก ลดการใช้พลังงาน การจัดการขยะชุมชน นำมาสร้างรายได้ เป็นต้น ในประเด็นช่องว่างที่พบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการสร้างการรับรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติ เนื่องจากว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในมุมมองของนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นยังคงมองว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ และมักจะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ง่าย แต่เมื่อได้รับการอธิบายถึงแนวทางวิธีการที่ถูกต้องและสร้างแรงจูงใจให้แก่นักท่องเที่ยวแล้ว ส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจพร้อมที่จะปฏิบัติตามและจะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จากการประมาณผลการคาดการณ์ พบว่า แนวโน้มของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หากปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 8 ของการปล่อยทั้งหมดและปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 100 ของการดูดซับทั้งหมด ในระยะ 10 - 16 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ขณะที่ ผลการศึกษาภายใต้สมมติฐานที่ว่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 8 ของการปล่อยทั้งหมดและการดูดซับคาร์บอนภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 8 ของการดูดซับทั้งหมดในระยะ 41 – 46 ปีข้างหน้าภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ในการจัดทำแผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570 ให้มีความสอดคล้องกับแผนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 – 2570 ที่เชื่อมโยงกับแผนระดับชาติ และมีการประยุกต์ใช้หลัก BCG Model โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ครอบคลุมการปล่อยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ ให้ได้ร้อยละ 8 จากการท่องเที่ยวปกติภายในปี 2575 (หากดูดซับ ร้อยละ 100) ซึ่งมีกลยุทธ์ 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. พัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและ นวัตกรรม (มิติประสิทธิผล) 2. บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน/องค์กร และภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์เพื่อขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย (มิติผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) 3. บริหารจัดการและการสื่อสารสร้างความเข้าใจการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ที่เชื่อมโยงตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามหลักเศรษฐกิจ BCG ในรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (มิติการบริหารจัดการ) 4. บริหารจัดการองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (มิติการเรียนรู้และพัฒนา) และ 5. ส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (มิติสังคมและสิ่งแวดล้อม) โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ประกอบด้วย 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) ภาครัฐ 2) ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว 3) นักท่องเที่ยว และ 4) ชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งแนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ได้แก่ ส่งเสริมการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน การปรับตัวของชุมชนในเขตพื้นที่เป็นฐานในการส่งเสริม การพัฒนา การปรับปรุง และการสนับสนุนให้การดำเนินการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย อีกทั้งมีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืนและนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลกได้ต่อไป