ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งเพื่อสนับสนุนนโยบายการเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CN, Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ของประเทศไทย ซึ่งการที่ระบบพลังงานและระบบเศรษฐกิจจะสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบคาร์บอนต่ำจนกระทั่งบรรลุเป้าหมาย CN และต่อเนื่องจนถึง Net Zero GHG Emissions ได้ ภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัดนั้น ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนของภาครัฐ ธุรกิจ อุตสาหกรรม ชุมชน หรือองค์กรเอกชน ดังนั้นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงมีเป้าหมายหลักในการทำงานคือ (1) เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย และสร้างเสริมขีดความสามารถและความเข้มแข็งของภาคีความร่วมมือ (Partnership) ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินการเพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยมีความเป็นไปได้มากขึ้นและด้วยความรวดเร็ว (2) เพื่อพัฒนาภาคีความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การเสนอประเด็นและแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับบุคลากรในสาขาที่มีบทบาทสูงในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อันได้แก่ การเปลี่ยนแปลงระบบไฟฟ้า ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พลังงานชีวภาพที่ยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน การเกษตรและปศุสัตว์ และนโยบายและการจัดการการเปลี่ยนผ่าน และ (3) เพื่อเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเชี่ยวชาญ ด้านการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในช่วง 1 ปีผ่านมา แนวทางการดำเนินงานและกิจกรรมที่ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการจะประกอบไปด้วย 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีความร่วมมือเชิงสถาบัน (Institutional Partnership) (2) การพัฒนาภาคีความร่วมมือกับสถาบันและบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ เพื่อเป็นแพล็ตฟอร์มการทำงานร่วมกันและการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ (3) การพัฒนาภาคีความร่วมมือกับหน่วยงาน/องค์กรภาครัฐและเอกชน โดยความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสมาคมอุตสาหกรรมต่างๆ หรือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทขนาดใหญ่ เป็นต้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของโครงการทั้งหมดสอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน/องค์กรให้มากที่สุด (4) การเสนอประเด็นเพื่อแก้ไขปัญหา ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนต่างๆ และ (5) การยกระดับทักษะ/พัฒนาทักษะใหม่ (Upskilling/Reskilling) เพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงานอยู่แล้ว (Working Professionals) ในสายงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ แต่ต้องเพิ่มพูนความรู้และยกระดับทักษะ (Upskilling) เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิผลมากขึ้น และเพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงานที่จะย้ายสายงานหรือเข้าสู่อาชีพใหม่ในสายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) ในส่วนของผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้นั้น ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา คณะวิจัยได้ทำการรวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย โดยการสืบค้นรายชื่อของหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญจากฐานข้อมูลทางวิชาการและงานวิจัย และได้ทำการส่งเอกสารเชิญเพื่อเข้าร่วมการเป็นสมาชิกของศูนย์ฯ และได้รับการตอบรับจำนวน 25 หน่วยงาน จากหน่วยงานองค์กร ภาครัฐและภาคเอกชน รวมผู้เชี่ยวชาญจำนวนทั้งสิ้น 227 คน ประเภทหน่วยงานที่มีจำนวนมากที่สุด คือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 217 คน กระทรวงพลังงาน จำนวน 3 คน และมูลนิธิ/ชมรม/สมาคม/วิสาหกิจชุมชน/องค์กรระหว่างประเทศ จำนวน 2 คน นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนอีก จำนวน 5 คน จากนั้นคณะวิจัยได้ทำการแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญตามสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 6 สาขา ประกอบด้วยสาขา Transformative power systems, Sustainable bioenergy & biorefinery, Energy efficiency in building, Industry & transport, circular economy & sustainability, Agricultural & livestock และ Transition policy and management และทำการจัดประชุมกลุ่มย่อยทั้ง 6 กลุ่มเพื่อจัดลำดับความสำคัญรวมถึงกำหนดแนวทางการทำงานในระยะสั้น กลาง และยาวของทั้ง 6 สาขา และเริ่มดำเนินการในระยะสั้น ซึ่งกิจกรรมที่ดำเนินการเป็นหลักคือการดำเนินการจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ และการริเริ่มพัฒนาหลักสูตรและโครงการวิจัยร่วมกัน ดังรายละเอียดในตารางด้านล่าง ผลการดำเนินงานตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปี ประกอบด้วย (1) การพัฒนาภาคีความร่วมมือเชิงสถาบัน (Institutional Partnership) กับบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกับหน่วยงาน/องค์กรภาครัฐและเอกชน จำนวน 6 แพล็ตฟอร์ม (2) โครงการที่เกิดจากความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมในสาขาที่มีบทบาทสูงในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จำนวน 6 โครงการ (3) การพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับบุคลากรในสาขาที่มีบทบาทสูงในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จำนวน 10 ครั้ง 1,480 คน ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานในปีแรกคือการสร้างความเข้าใจถึงพันธกิจของศูนย์ฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อเชิญเข้าร่วมยังทำได้ไม่ครอบคลุมในทุกภาคส่วน ดังนั้นข้อเสนอแนะต่อแนวทางการดำเนินการของศูนย์ในระยะถัดไปคือการรวบรวมกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐวิสาหกิจ ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานต่างประเทศเข้ามาอยู่ภายใต้ศูนย์ฯ ให้มากยิ่งขึ้น และดำเนินการจัดกิจกรรมทั้งเรื่องการจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ และการดำเนินงานหลักสูตรร่วมและโครงการวิจัยร่วมที่ได้ริเริ่มไว้ให้เป็นไปตามแผน การวิเคราะห์ผลลัพธ์ผลกระทบที่ได้รับจากการจัดการอบรม การจัดหลักสูตรร่วม และการทำวิจัยร่วมว่าส่งผลกระทบต่อการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด และในระยะยาวคือการได้มาซึ่ง policy recommendation เพื่อเสนอแนะให้ภาครัฐมีการดำเนินการ นอกจากนั้น จากการประชุมเพื่อหาแนวทางการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือนโยบายสาธารณะ รวมถึงเรื่องประสิทธิภาพการบริหารจัดการของศูนย์ฯ นั้นได้ข้อสรุปว่า เป้าหมายการทำงานของศูนย์ฯ ในกรอบเวลา 5 ปีคือการเพิ่มความเข้มแข็งและสร้าง Visibility ให้กับศูนย์ผ่านการจัดเสวนา การจัดอบรม การเผยแพร่เอกสารวิชาการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมของศูนย์ สร้างผลลัพธ์ ผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมที่เกิดจากการทำงานของศูนย์ ทั้งในเรื่องการพัฒนากำลังคน เทคโนโลยี และการแก้ไขปัญหาให้ภาคอุตสาหกรรม และสร้างความยั่งยืนในการทำงานให้กับศูนย์ผ่านการจัดหลักสูตร การวิจัย และการบริการวิชาการ โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานจากทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ กิจกรรมที่ศูนย์จะมีการดำเนินการในช่วงปีที่ 2-5 จะประกอบด้วย การเพิ่มชื่อหน่วยงานและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีความเกี่ยวข้องกับศูนย์ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยขยายกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปยังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ต่างประเทศ และภาคชุมชนสังคมที่เกี่ยวข้องและต้องการรับการสนับสนุนจากศูนย์ การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานของศูนย์ และคณะทำงานของแต่ละสาขาย่อยเพื่อติดตามการดำเนินงาน การจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเพื่อระดมสมองแนวทางการจัดกิจกรรมทั้งระยะสั้น กลาง และยาว และการจัดกิจกรรมด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการเผยแพร่ความรู้ผ่านการจัดทำ Review article และ White paper ซึ่งจะอาศัยข้อมูลที่ได้รับจากการจัดเสวนา ระดมสมองโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาดำเนินการสรุปและเขียนเป็นภาษาที่คนทั่วไปสามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย