กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และกำหนดแนวทางการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการท่องเที่ยวพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน 2) เพื่อประเมินการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับหลักการการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3) เพื่อออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน 4) เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน และ 5) เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมและยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ กลุ่มป่าแก่งกระจาน โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มชุมชนรอบแนวเขตพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานและ ผู้ประกอบการท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 80 คน 2) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการการท่องเที่ยว การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและภูมิทัศน์ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ภาค การท่องเที่ยว การจัดการหลักสูตรอบรม จำนวน 15 คน 3) กลุ่มผู้มาเยือนในพื้นที่ศึกษา จำนวน 210 คน และ 4) กลุ่มผู้บริหารของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยวในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน จำนวน 10 คน โดยดำเนินการเก็บข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างโดยมีแนวทางในการสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบบันทึกพฤติกรรม การท่องเที่ยว โดยการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Content analysis และการคำนวน Carbon footprint ตาม Product Category Rule ด้านการท่องเที่ยวขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ผลการศึกษาพบว่า กิจกรรมค่ายพักแรม มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (carbon footprint) ของกิจกรรมท่องเที่ยวมากที่สุดคือ 5.79 kgCO2e/คน รองลงมาคือกิจกรรมกางเต็นท์พักแรม และกิจกรรมชม ทุ่งหญ้า 1,500 ไร่ มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 3.254 และ 2.416 kgCO2e/คน ตามลำดับ ด้านการประเมินการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและภูมิทัศน์ของพื้นที่ศึกษาทั้ง 4 แห่ง พบว่า พื้นที่มีค่าคะแนนรวมน้อยสุดและต้องปรับปรุงเร่งด่วนหากจะพัฒนาให้รองรับกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี มีค่าคะแนนร้อยละ 34.02 รองลงมา คือ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านรวมไทยและจุดชมช้างป่ากุยบุรี มีค่าคะแนนร้อยละ 46 เช่นเดียวกับผลการศึกษาด้านการประเมินการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่า แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านรวมไทยและจุดชมช้างป่ากุยบุรี มีค่าคะแนนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้านพัฒนาระบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมและยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน มีด้วยกัน 5 แนวทางคือ 1) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการท่องเที่ยวพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วยการลด การใช้พลังงานและส่งเสริมแหล่งพลังงานหมุนเวียน การจัดการใช้น้ำและการจัดการน้ำเสีย การจัดการขยะภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดการปล่อยมลพิษจากการขนส่งสำหรับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพัฒนางานลดก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง 2) การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับหลักการการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยการส่งเสริมการลดปริมาณการเข้าถึงโดยรถยนต์ การปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารเพื่อลดการใช้พลังงาน การปรับปรุงอาคารเก่าที่ไม่ได้ใช้งานให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่แทนการปลูกสร้างอาคารเดิม และการปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ 3) การออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วยการพัฒนาโปรแกรมการให้ความรู้และการสื่อความหมาย เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างคุณค่าร่วมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างความเข้าใจด้านการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4) ยกระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมชุมชนท้องถิ่นเพื่อการบริหารจัดการและการพัฒนาทักษะของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างพื้นที่ร่วมเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมการจัดการการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 5) ยกระดับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วยการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ปริมาณการ กักเก็บคาร์บอนและการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ การให้ความรู้สู่การปฏิบัติลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว ส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การบูรณาการงานขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและสนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
มีการเสนอแนวทางรูปแบบการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมและยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจานโดยผ่านเครือข่ายความร่วมมือของคนในชุมชน หน่วยงานที่รับผิดชอบ ตั้งแต่กระบวนการวางแผนและแก้ไขปัญหาในรูปแบบแผนการจัดการการท่องเที่ยวสีเขียว และได้รับการทดลองและสาธิตการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสีเขียวโดยชุมชนที่ผ่านการยอมรับ จากกระบวนการมีส่วนร่วมหลายรูปแบบ ตลอดจนมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวสีเขียวในพื้นที่อย่างจริงจัง
การประชุม/เสวนาเกี่ยวกับแนวการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างมีส่วนร่วมภายใต้ขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ถึงปัญหาการบริหารจัดการอยู่เป็นระยะ มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการ เช่น การริเริ่มดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านผาน้ำหยด บ้านบางกะม่า บ้านรวมไทยที่มีภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม โดยมีการสรุปและให้ความสำคัญถึงทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสัตว์ป่าที่ต้องมีระบบสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในการพัฒนาให้เกิดตลาดการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหลักและรองอย่างเป็นรูปธรรม