กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
กระบวนการออโตฟาจีได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นกระบวนการสำคัญที่เซลล์โฮสต์แมคโคฟาจใช้ในการกำจัดเชื้อวัณโรค โดยยาหลักสองตัวจากสี่ตัวที่ใช้รักษาวัณโรคนั้นถูกพบว่าสามารถที่จะกระตุ้นกระบวนการออโตฟาจีในเซลล์โฮสต์แมคโคฟาจเพื่อกำจัดเชื้อวัณโรคที่ซ่อนอยู่ภายในเซลล์ได้ การกระตุ้นกระบวนการออโตฟาจีในเซลล์โฮสต์แมคโคฟาจนั้นก่อให้เกิดการทำลายเชื้อวัณโรคสายพันธุ์อ้างอิง H37Rv และสายพันธุ์ East African Indian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในประเทศไทย แต่การทำลายเชื้อวัณโรคสายพันธุ์ Beijing ซึ่งระบาดมากที่สุดและดื้อยามากที่สุดในประเทศไทย ก่อให้เกิดความรุนแรงของโรคและอัตราการตายที่สูงในสัตว์ทดลอง และทำให้มีปริมาณเชื้อที่สูงในเสมหะผู้ป่วยวัณโรคนั้นพบว่า เชื้อวัณโรคสายพันธุ์ Beijing นี้มีความสามารถพิเศษที่จะหลีกเลี่ยงการฆ่าโดยกระบวนการออโตฟาจีได้ แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องและกลไกในระดับโมเลกุลที่ทำให้เชื้อวัณโรคสายพันธุ์นี้สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการฆ่าโดยออโตฟาจีได้นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ในงานวิจัยนี้คณะผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะค้นหาปัจจัยที่มีส่วนร่วมและกลไกในระดับโมเลกุลที่ทำให้เชื้อวัณโรคสายพันธุ์ Beijing นี้หลีกเลี่ยงการฆ่าโดยออโตฟาจีได้ จากการทดลองระบุว่ามียีนทั้งของโฮสต์ที่เป็นองค์ประกอบของ BORC complex และ Kinesin-1 และยีน KatG ของเชื้อวัณโรคที่เชื้อสายพันธุ์ Beijing ใช้ต้านการฆ่าโดยออโตฟาจี นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้ค้นพบว่าสารสกัดจากกระชายมีฤทธิ์ในการกระตุ้นกระบวนการออโตฟาจีส่งผลให้เกิดการฆ่าเชื้อวัณโรคในเซลล์โฮสต์ได้ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงทำให้เราได้มาซึ่งเป้าหมายยาตัวใหม่ที่สามารถนำไปศึกษาต่อยอดในอนาคตเพื่อนำมาพัฒนาใช้ในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อวัณโรคสายพันธุ์ Beijing ได้ ซึ่งสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายมากที่สุดและดื้อยามากที่สุดในประเทศไทย ตลอดจนอาจทำให้ได้มาซึ่งยาตัวใหม่ที่สามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปใช้ในการรักษาโรควัณโรคและวัณโรคดื้อยาได้ในอนาคต