Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยสุนทรียะศิลปะกับชีวิต ระยะที่ 2

สุขุมาล นิธิภัทรอนันต์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ โครงการสุนทรียะศิลปะกับชีวิต ระยะที่ 2 มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อถอดบทเรียนอัตลักษณ์ทางศิลปะผ่านถาวรวัตถุและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 โดยโครงการสุนทรียะศิลปะกับชีวิต ระยะที่ 3 ได้ศึกษาอุดมคติ วิธีการนำเสนอ รูปแบบ จากสุนทรียะศิลปะสุวรรณภูมิ สู่รัตนโกสินทร์ตอนต้น เพื่อถอดองค์ความรู้จากสุนทรียะศิลปะสุวรรณภูมิที่มีฐานและรากจากความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ กับบริเวณแวดล้อมที่ดำรงชีวิตอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ความเชื่อทั้งในระดับเทพประจำตนเอง เทพประจำเมือง ความเป็นพราหมณ์ จนมาสู่ความเป็นพุทธอันเป็นรากฐานของการสร้างสถาปัตยกรรม ผลงานศิลปกรรมดังที่ปรากฏในบทที่ 1 - บทที่ 7 ที่แสดงถึงวัฒนธรรมจากสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์ของสังคม ที่มีรากจากอดีต จนถึงปัจจุบัน ช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 แสดงให้เห็นรูปแบบศิลปกรรมที่แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครอง มีการย้ายเมืองหลวงจากอยุธยา มาสู่กรุงธนบุรี และมาสู่รัตนโกสินทร์ แต่ก็มิไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงไปโดยฉับพลัน เนื่องจากกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์เองก็มีผู้คนที่สืบเนื่องความรู้มาแต่ครั้งอยุธยาทำให้ระบบความสัมพันธ์ หรือการส่งต่อองค์ความรู้ และการทำความเข้าใจภูมิอากาศ ภูมิประเทศมิได้ถึงขาดออกจากกัน ส่งผลต่อการส่งทอดความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม ยกตัวอย่างเช่น ปลายอยุธยามีโครงสร้างการสร้างสถาปัตยกรรมแบบย่อมุมไม้สิบสอง มีการวางผังเมืองที่มีวัดอยู่ในเขตพระราชวัง ยกตัวอย่างวัดพระศรีสรรเพชร และวัดแจ้งที่ต่อมาคือวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นต้น รวมทั้งการสร้างรูปแบบศิลปกรรมที่มีความละเอียดประณีต แบบสรรพพรรณพรายละลายตา จากข้อความที่ระบุใน วรรณคดีเรื่องบุณโณวาท ของพระมหานาค วัดท่าทราย บรรยายสีสันที่สวยงามโดยพรรณาโวหาร กล่าวคือมีความอลังการณ์ยิ่งใหญ่แสดงความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ถอดแบบมาจากเทวราชา และธรรมราชา ยกตัวอย่างเช่น บานประตูมุก ที่จะเกิดสีสัน แสงเงาเมื่อมีแสงเข้ามากระทบอย่างงดงาม เป็นต้น หลักการศึกษาสุนทรียะศิลปะกับชีวิต มีเป้าหมายก็คือการศึกษาคุณค่า กล่าวคือ 1) คุณค่าทางสุนทรียะ 2) คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และ 3) คุณค่าทางโบราณคดี ในคราวเดียวกัน เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และสามารถถอดบทเรียน องค์ความรู้คุณค่าทางกาลเวลา คุณค่าทางเทคนิคที่มีคุณค่าต่อการศึกษาสุนทรียะศิลปะได้ เพื่อเข้าใจสุนทรียะที่หลากหลายยุคสมัย และมาปรับใช้กับยุคปัจจุบัน และเป็นส่วนหนึ่งในการวางแนวทางสุนทรียะศิลปะของพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ ที่ต้องสามารถเชื่อมคุณค่าของความงามไปสู่ผู้คน สังคม ชุมชนจนก่อให้เกิดการหมุนเวียนของการใช้พื้นที่ และนำมาสู่การสร้างเครือข่าย และมูลค่าในที่สุด ตามเป้าหมายของโครงการสุนทรียะศิลปะที่เป็นการสร้างคน สร้างพื้นที่ และสร้างเครือข่าย เป้าหมายสู่อนาคตและการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นไปที่รสนิยม และการรับรู้ที่มีฐานมาจากวัฒนธรรมทางเครือญาติของสุวรรณภูมิ หรือ เอเชียตะวันออกฉียงใต้ที่ได้รับแนวความคิด และวิถีปฏิบัติมาจากแนวคิด 2 จักรคือ1) อาณาจักร การสร้างอาณาจักรผ่านวิถีแบบพรามณ์-ฮินดู และ2) ธรรมจักรคือการมีแนวทางปฏิบัติตามวิถีทางพุทธศาสนา เช่น “รมณียภูมิภาค” กล่าวโดยง่ายคือการจัดการคน การจัดการพื้นที่ และนำไปสู่การสร้างชุมชนเครือข่าย แนวทางอย่างรมณียะภูมิภาค คือการสร้างพื้นที่ให้กลายมาเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ที่ ที่ดึงดูดและสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ทางปัญญา และการสร้างความเข้มแข็งในชุมชนอันเป็นที่มาของการสร้างคน สร้างพื้นที่ สร้างเครือข่ายได้ โดยมีแนวคิดของการก่อเกิดและกำเนิดทางปัญญา ภายใต้แนวคิด “พระจักรพรรดิราช” ที่ต้องการปกครองเมืองให้เกิดความสุขสงบร่มเย็น เป็นการผสมผสานคติความเชื่อแบบ “เทวราชา” เข้ากับแบบ “ธรรมราชา” ของกรุงศรีอยุธยา ยกตัวอย่างผลงาน ได้แก่ถ่ายทอดแนวความคิดในการจำลองเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ราชสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่สืบต่อมายังยุครัตนโกสินทร์ เป็นต้น โดยหลักการของแนวคิดนี้คือ มีความตั้งมั่นที่ถูกทางหรือในภาษาบาลีคือ หมายถึง “สมฺมาทิฏฺฐิ” แนวคิดที่ถูกต้อง ความเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม เพื่อใช้ปัญญาในการปกครองและสามารถนำทางให้การปกครองเป็นไปโดยปกติสุขตามแนวทางตามโลกียะธรรม นำมาซึ่งความเจริญและความพัฒนาในทางการเมืองการปกครอง ต่อมาคือแนวคิด “สวัสดิรักษา” ที่นำความรู้ที่มาจากทิศ สุนทรียะของสี และการปฏิบัติตนต่าง ๆ จากความรู้หรือภูมิปัญญาที่รอบด้าน เป็นคติความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นสิริมงคลกับตัว โดยผสานคติความเชื่อเรื่องผีสางนางไม้ วิญญาณบรรพบุรุษ สิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ ซึ่งผูกติดกับวิถีชีวิตคนไทยมาแต่โบราณ และ คติความเชื่อที่มาจากพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลกับคนไทย อันเป็นแนวทางและวิถีที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความรับรู้ร่วมกัน อย่างไรก็ตามจากการแนวทางการดำเนินโครงการมีกิจกรรมและขั้นตอนในการเก็บข้อมูลสู่การวิเคราะห์เป็นลำดับสำคัญดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารหายากต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลในระบบดิจิตอลเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลที่สอดรับ หรือขัดแย้งในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ 2) ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถอดประสบการณ์และความรู้ที่ได้มาจากประสบการณ์ตรง 3) การจัดประชุมกลุ่มย่อย ทั้งในรูปแบบออนไลน์และในพื้นที่จริง เพื่อให้ทัศนคติที่หลากหลายนั้นสามารถเกิดความเสถียรภาพ หมายถึงสามารถหาจุดร่วมที่แสดงความเป็นสุนทรียะศิลปะได้ 4) การเสวนาเป็นการสรุปผลและเผยแพร่องค์ความรู้ของสุนทรียะศิลปะ เพื่อนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาหาทิศทางในการต่อยอดองค์ความรู้ หรือการถอดองค์ความรู้ทางสุนทรียะศิลปะต่อไป 5) การจัดเผยแพร่องค์ความรู้สุนทรียะศิลปะตามสถาบันการศึกษาในระดับต่าง ๆ เช่น ระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา เป็นต้น เพื่อต่อยอดและเข้าใจทัศนะของกลุ่มคนที่หลากหลายวัยมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์กับผลลัพธ์ทางการศึกษาสุนทรียะศิลปะกับชีวิตว่ามีแก่นกลางในการรับรู้ แม้ว่าสุนทรียะจะเป็นเรื่องของปัจเจกกล่าวคือขึ้นอยู่กับประสบการณ์การรับรู้ที่แตกต่างกลุ่มวัย สภาพสังคม และการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังสามารถถอดโครงการสร้างการรับรู้ทางสุนทรียะได้ว่าต้องประกอบไปด้วยแก่นความคิดที่เข้มแข็ง มีทักษะฝีมือที่สอดรับกับความคิดอย่างพอเหมาะพอดีและมีความเชี่ยวชาญตามแต่เทคนิคที่สอดรับกับวิธีคิดนั้น ๆ และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม หรือสิ่งแวดล้อมที่ตนเองอยู่ได้ 6) การสร้างสื่อและกิจกรรมต่าง ๆ ในระบบออนไลน์ และระบบดิจิตอลเพื่อตอบสนองต่อการส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านการสร้างสื่อออนไลน์ ได้แก่ การจัดสัมมนาการจัดกิจกรรมเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์เช่นระบบ Zoom, Google Meet หรือ Microsoft Teams เป็นต้น ขณะเดียวกันได้จัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่ในสื่อสาธารณะ ได้แก่ YouTube และ facebook เพื่อสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่รอบด้าน เป็นต้น

คำสำคัญ

พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการสุนทรียะศิลปะกับชีวิต ระยะที่ 1 (เพิ่มเติม)

สุขุมาล นิธิภัทรอนันต์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

โครงการสุนทรียะศิลปะกับชีวิต ระยะที่ 1

สุขุมาล นิธิภัทรอนันต์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยเพื่อหนุนเสริมวิชาประวัติศาสตร์ (ศิลปกรรม) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับศิลปกรรมล้านนา

สุรชัย จงจิตงาม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

วัตถุกับชีวิต

มงคล สุวรรณชาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2564

ศิลปะเชิงแนวคิดของคามิน เลิศชัยประเสริฐ พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 31

พรรษพร โตเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

การสังเคราะห์องค์ความรู้ศิลปกรรมในล้านนา

ปฏิเวธ เสาว์คง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

การศึกษาแนวคิดทางทัศนศิลป์ที่ส่งผลต่อกระบวนการสอนทัศนศิลปศึกษา : กรณีศึกษา อารี สุทธิพันธุ์

อำนาจ เย็นสบาย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2560

การวิเคราะห์การสร้างงานนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย : กรณีศึกษา พิเชษฐ กลั่นชื่น

นพพล จำเริญทอง มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2557

แนวความคิดหลังจากการสร้างสรรค์งานนาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงจริยธรรมทางการวิจัยนาฏยศิลป์

นราพงษ์ จรัสศรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2563

ความเป็นวิทยาศาสตร์ของทฤษฎษีศิลปะและความงามในมุมมองพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาชีวิตและสังคม : กรณีศึกษาทัศนะของท่านพุทธทาสภิกขุ

พิชัย สุขวุ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2554