การวิเคราะห์ภาพพุทธประวัติในจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ สู่การสร้างสรรค์นวัตศิลป์ แนวเรื่อง ศรัทธา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เพื่อศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหาสาระ คติความเชื่อ องค์ประกอบศิลป์ สัญลักษณ์ในการแสดงออกภาพพุทธประวัติในจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1-9) และการเผยแพร่พุทธศาสนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์นวัตศิลป์แนวเรื่องศรัทธา และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนให้มีส่วนร่วมในผลงาน ติดตั้งรอบแห่งศรัทธาภายในเจดีย์พุทธคยา วัดปัญญานันทาราม จังหวัดปทุมธานี และเพื่อให้เกิดการรับรู้ภาพพุทธประวัติ และการเผยแพร่พุทธศาสนานำไปสู่ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาในสังคมปัจจุบัน และเป็นการสืบสานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และเป็นศูนย์รวมจิตใจ เกิดคุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม และเป็นการประสานสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน สังคมจากการศึกษาวิเคราะห์ ตีความภาพพุทธประวัติในจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1-9) ได้แก่ วัดพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร วัดสุทัศนเทพวราราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เลือกวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่มีความโดดเด่นด้านพุทธประวัติ ดังเช่นประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน และศึกษาวิเคราะห์การเผยแพร่พุทธศาสนาในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม ศรีลังกา ลาว ฮ่องกง และประเทศไทย เลือกประเทศที่มีการแสดงออกของความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ที่มีรูปแบบสะท้อนรูปทรง เนื้อหา องค์ประกอบศิลป์ อันนำไปสู่ความศรัทธา สรุปการวิเคราะห์สู่การสร้างสรรค์นวัตศิลป์ ประกอบด้วยศิลปะ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผลงานสร้างสรรค์นวัตศิลป์ แนวเรื่อง ศรัทธา เกิดจากการสรุปวิเคราะห์ภาพพุทธประวัติและการเผยแพร่พุทธศาสนา เป็นการพัฒนาผลงานจิตรกรรมจาก 2 มิติ สู่ 3 มิติ เสมือนจริง ที่มีผู้คนปฏิสัมพันธ์ และมีส่วนร่วมในผลงาน จำนวน 15 ผลงาน ส่งผลการรับรู้ความศรัทธาที่ดีขึ้น เกิดความงาม ความดี ความจริง ในพระพุทธศาสนาเป็นการยกระดับจิตใจ เกิดคุณธรรมที่ดีงาม และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม