กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
นางเมี้ยะคือเจ้าเมืองคนที่ 2 ของแม่ฮ่องสอนที่อยู่ภายใต้การปกครองของเชียงใหม่ เธอได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครองหลังจากสามีหรือพระยาสิงหนาทราชา ผู้มีชื่อเดิมว่า “ชานกะเล” ได้เสียชีวิตลง นางเมี้ยะมีบทบาทเป็นผู้บริหารบ้านเมืองในขณะนั้นที่ครอบคลุมอาณาเขตในปัจจุบันของเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม และพื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน ซึ่งยังถือว่าเป็นดินแดนในการครอบครองของสยามในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องราวของนางเมี้ยะจึงเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ในงานวิจัยนี้คือศึกษาเรื่องเล่าที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ฮ่องสอนและเมืองหมอกใหม่ในรัฐฉาน สหภาพเมียนมา ที่นำไปสู่การสร้างความทรงจำที่สืบต่อมาและมีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งคำถามหลักว่าเรื่องเล่าที่หลากหลาย (multiple narratives) ที่เกี่ยวกับนางเมี้ยะถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรและดำรงอยู่อย่างไร ผ่านการศึกษาเอกสารประวัติศาสตร์ งานวิจัยนี้ใช้แนวทางการศึกษาเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่มีการระบุถึงนางเมี้ยะและการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 7 ปีได้แก่พ.ศ.2427-2434 การลงพื้นที่ภาคสนามในอำเภอเมืองและอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม เช่นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์แม่ฮ่องสอน คนที่สัมพันธ์กับนางเมี้ยะเช่นเครือญาติหรือผู้ที่เชื่อว่าเป็นลูกหลานของเธอ คนที่รับรู้เรื่องราวและเรื่องเล่าเกี่ยวกับนางเมี้ยะในมิติอื่น งานวิจัยนี้วิเคราะห์โดยใช้กรอบแนวคิดเรื่องเล่าและเสนอว่ามีเรื่องเล่าที่หลากหลายที่เกี่ยวกับนางเมี้ยะ และได้เสนอความสัมพันธ์ของเรื่องเล่าซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ชุดได้แก่ 1) นางเมี้ยะในเรื่องเล่าหลัก ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนางเมี้ยะที่คนส่วนใหญ่รู้จักว่าเป็นภรรยาของเจ้าเมืองคนแรกและขึ้นเป็นเจ้าเมืองคนต่อมา 2) นางเมี้ยะในเรื่องเล่ารองคือบทบาทบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 7 ปีที่ยังไม่ค่อยมีการนำเสนอ โดยเฉพาะการค้าไม้และการป้องกันเขตแดนของสยามโดยการต่อรองกับอาณานิคมอังกฤษที่ปกครองเมียนมาในขณะนั้น 3) เพศภาวะในเรื่องเล่าคือความพยายามอธิบายว่าทำไมบทบาทสำคัญดังกล่าวถึงของเธอจึงไม่เป็นที่จดจำหรือกลายเป็นเรื่องเล่าหลัก งานวิจัยนี้พบว่าความเป็นผู้หญิงไทใหญ่และสถานภาพทางสมรสที่คลุมเครือเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายดังกล่าว และ 4) นางเมี้ยะกับเรื่องเล่าที่สัมพันธ์กับสถานที่และวัตถุ ที่สร้างพลังให้กับนางเมี้ยะในฐานะเจ้าเมืองผู้หญิงให้กลายเป็นผู้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์หรืออภินิหารจนมีฐานะเป็น “เจ้าแม่” ทั้งนี้ งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าเรื่องเล่าที่หลากหลายดังกล่าวมีการปะทะประสานกัน แม้ว่าจะมีเรื่องเล่าหลักที่สืบต่อกันมา แต่เรื่องเล่ารองก็สามารถต่อรองกับเรื่องเล่าหลักหรือสร้างการจดจำในอีกรูปแบบหนึ่ง และท้ายที่สุดแล้วงานวิจัยนี้ก็เป็นเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งที่มีนางเมี้ยะเป็นตัวแสดงหลักเช่นกัน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.