การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อควบคุมระดับฮีสตามีนในจิ้งหรีด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จิ้งหรีดเป็นแมลงกินได้ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามข้อมูลความปลอดภัยด้านอาหารของจิ้งหรีดโดยเฉพาะระดับฮีสตามีนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการอาหารเป็นพิษยังมีจำกัดซึ่งส่งผลต่อการยอมรับของผู้บริโภค โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการสะสมของระดับฮีสตามีนเพื่อกำหนดสภาวะที่เหมาะสมในการเก็บรักษาและขนส่งจิ้งหรีดที่ผลิต จากนั้นสำรวจระดับฮีสตามีนในจิ้งหรีดที่ผลิตเพื่อการบริโภคจากฟาร์มจิ้งหรีดในภูมิภาคต่างๆ ในงานวิจัยนี้ทำการเลี้ยงจิ้งหรีดทองดำและจิ้งหรีดบ้านในโรงเรือน แล้วตรวจวัดระดับฮีสตามีนด้วยเทคนิค HPLC-UV จากผลการทดลองพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการสะสมของฮีสตามีนในจิ้งหรีดที่ผลิตเพื่อการบริโภค คือ อุณหภูมิในการเก็บรักษา และระยะเวลาในการเก็บรักษา โดยการเก็บจิ้งหรีดไม่ว่าจะเป็นแบบสุกหรือดิบที่อุณหภูมิ -18 ถึง -20 องศาเซลเซียส ช่วยชะลอการสะสมของฮีสตามีนได้อย่างน้อย 90 วัน ในขณะที่การเก็บจิ้งหรีดที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ช่วยชะลอการสะสมของฮีสตามีนได้อย่างน้อย 15 วัน ทั้งนี้ไม่ควรเก็บจิ้งหรีดที่อุณหภูมิห้องเกิน 6 ชั่วโมง จิ้งหรีดที่เก็บที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส หากนำมาละลายที่ 4 องศาเซลเซียส จะชะลอการสะสมของฮีสตามีนได้อย่างน้อย 3 วัน โดยฮีสตามีนไม่อยู่ในระดับที่เป็นอันตราย แต่หากนำมาละลายที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 1 วัน นอกจากนี้ในการวิเคราะห์ตัวอย่างจิ้งหรีดจากฟาร์มพบว่า มากกว่า 95% ของจิ้งหรีดจากฟาร์ม มีระดับฮีสตามีนต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในตัวอย่างที่ทำสุก ระยะเวลาในการต้มมีผลต่อระดับฮีสตามีน โดยควรต้มจิ้งหรีดอย่างน้อย 15 นาที ทั้งนี้ไม่พบความสัมพันธ์ของประเภทของมาตรฐานฟาร์ม วัตถุปรุงแต่ง ลักษณะและระยะเวลาการผึ่งให้เย็น/สะเด็ดน้ำ วิธีการฆ่าจิ้งหรีด และระยะเวลาในการขนส่ง ต่อการสะสมของฮีสตามีนในจิ้งหรีด งานวิจัยพื้นฐานที่จะเป็นข้อมูลในการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวจิ้งหรีดเพื่อการบริโภค ควรมีการศึกษาข้อมูลต่อไปนี้เพื่อเป็นองค์ความรู้ในการยกระดับความปลอดภัยในจิ้งหรีด 1) แบคทีเรียในจิ้งหรีดกินได้ชนิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสะสมฮีสตามีน 2) ระดับฮีสตามีนที่เหมาะสมที่อนุญาตให้มีในแมลงกินได้ 3) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับฮีสตามีนในจิ้งหรีดที่ผ่านการแปรรูป เช่น จิ้งหรีดผง หรือผงจิ้งหรีดไฮโดรไลเสท ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการฟาร์มจิ้งหรีด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากจิ้งหรีด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานสินค้าการเกษตร เพื่อใช้ในการจัดการฟาร์มและกระบวนการผลิตอาหารให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคต่อไป