การพัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย (แบบออนไลน์): โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็นๆ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การจัดการความโกรธเป?นทักษะชีวิต ที่ต?องฝ?กฝนเพื่อให?ใช?ชีวิตในสังคมกับบุคคลอื่นได? การวิจัยนี้มี วัตถุประสงค?เพื่อพัฒนาและประเมินผลลัพธ?ของการฝ?กทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัย เด็กตอนปลาย (แบบออนไลน?): โปรแกรมเด็กรุ?นใหม?ใจเย็นๆ โดยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส?วนร?วม 3 ขั้นตอน คือ 1) การวิเคราะห?สถานการณ? โดยการสนทนากลุ?มและสัมภาษณ?เชิงลึก 60 คน 2) การวิเคราะห? องค?ประกอบสําคัญ และกลยุทธ?เพื่อพัฒนารูปแบบโปรแกรม โดยคณะทํางาน 20 คน และ 3) การประเมิน ผลลัพธ? โดยการวัดผลแบบ 1 กลุ?ม วัดก?อนหลัง และวัดซ้ํา หลังเสร็จสิ้นโปรแกรม 4 สัปดาห? ในนักเรียนชั้น ประถมศึกษาป?ที่ 5 จํานวน 250 คน และมีครูผู?อํานวยความสะดวกช?วยเหลือในการเข?าใช?งาน 8 คน เครื่องมือ ที่ใช?ประกอบด?วย 1) โปรแกรมเด็กรุ?นใหม?ใจเย็นๆ 2) เครื่องมือประเมินผลลัพธ?ทางคลินิก ได?แก? แบบบันทึก การใช?ความรุนแรง แบบประเมินความเสี่ยงในการเกิดความโกรธ และแบบประเมินการปฏิบัติตามทางเดินสาย กลาง และ 3) เครื่องมือประเมินผลลัพธ?ทางกระบวนการ ได?แก? แบบประเมินความพึงพอใจของเด็ก ผู?ปกครอง และแบบประเมินความคิดเห็นของครูในการนําโปรแกรมไปใช? วิเคราะห?ข?อมูลข?อมูลเชิงคุณภาพโดยการ จัดหมวดหมู? เชิงปริมาณโดยใช?สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห?ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ํา ผลการวิจัย พบว?า ส?วนที่ 1 ผลการวิเคราะห?สถานการณ? พบว?า 1.1 สาเหตุของการเกิดความโกรธมี 8 ประเด็นหลัก ได?แก? 1) ความเข?าใจที่ไม?ถูกต?องเกี่ยวกับความโกรธ 2) ความคิดที่ไม?ถูกต?อง 3) การพูดที่ไม?ถูกต?อง 4) การประพฤติตนไม?เหมาะสม 5) การไม?ทําตามหน?าที่ของตน 6) การไม?มีความอดทนเพียรพยายาม 7) การขาดสติใจร?อนวู?วาม 8) การไม?มีสมาธิ 1.2 วิธีป?องกันและจัดการความโกรธตามหลักคิดทางศาสนาจาก การวิเคราะห?สถานการณ?พบว?ามี 8 ประเด็นหลักได?แก? 1) สร?างความเข?าใจที่ถูกต?องเกี่ยวกับความโกรธ 2) สร?างความคิดที่ถูกต?องเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงออกของบุคคลอื่นต?อตนเอง 3) การฝ?กพูดที่ถูกต?อง 4) การประพฤติตนเหมาะสม 5)การทําตามหน?าที่ของตน 6) การมีความอดทนเพียรพยายาม 7) การมีสติ ใจเย็น 8) การฝ?กสมาธิ ควบคุมอารมณ?ของตนเอง ส?วนที่ 2 การพัฒนารูปแบบโปรแกรมเด็กรุ?นใหม?ใจเย็นๆ ตามองค?ประกอบสําคัญและกลยุทธ? พบว?า 2.1 องค?ประกอบสําคัญในการพัฒนาโปรแกรมต?นแบบ 8 ประเด็น คือ 1) สร?างความเข?าใจที่ถูกต?อง 2) สร?างความคิดที่ถูกต?อง 3) การฝ?กพูดที่ถูกต?อง 4) การประพฤติตนเหมาะสม 5) การทําตามหน?าที่ของตน 6) การมีความอดทนเพียรพยายาม 7) การมีสติ ใจเย็น และ 8) การฝ?กสมาธิ 2.2 กล ยุทธ?ในการ จัดทํา แผนการออกแบบหรือบทภาพ 10 กลยุทธ?ได?แก? 1) การจัดกิจกรรมการเรียนรู?ที่ความหลากหลาย 2) การออกแบบสื่อให?สนุกและน?าสนใจ3) การถ?ายทอดความรู?เหมาะสมกับวัย 4) การส?งเสริมการคิดวิเคราะห? 5) จัดให?มีผู?อํานวยความสะดวกในการใช?งานโปรแกรม 6) ส?งเสริมการใช?อุปกรณ?เทคโนโลยีสารสนเทศ 7) การเรียนรู?โดยการปฏิบัติจริง 8) การพัฒนาทักษะเป?นลําดับขั้นตอน 9) การแสดงเจตนาเพื่อเป?นเด็ก รุ?นใหม?ใจเย็นๆ 10) เรียนรู?ได?ทุกที่ทุกเวลา ส?วนที่ 3 ผลการศึกษาความเป?นไปได?โดยการประเมินผลลัพธ?จากการดําเนินการตามโปรแกรม 3.1 ผลลัพธ?ทางคลินิกของนักเรียนที่เข?าใช?โปรแกรมเด็กรุ?นใหม?ใจเย็นๆ พบว?า 1) ค?าเฉลี่ยของ พฤติกรรมการใช?ความรุนแรงทั้งด?านความรุนแรงต?อตนเองความรุนแรงต?อผู?อื่น ความรุนแรงต?อทรัพย?สิน และ ความรุนแรงโดยรวมทุกด?าน ในระยะก?อนใช?โปรแกรม ระยะหลังเสร็จสิ้นโปรแกรมทันที และหลังเสร็จสิ้น โปรแกรม 4 สัปดาห?ลดลงอย?างต?อเนื่องและมีความแตกต?างกันอย?างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ p < .001 (F(1.620, 403.307) = 37.888) 2) ค?าเฉลี่ยความเสี่ยงในการเกิดความโกรธของเด็กนักเรียน ในระยะก?อนใช? โปรแกรม เมื่อเสร็จสิ้นการใช?โปรแกรมฯ และระยะหลังเสร็จสิ้นโปรแกรม 4 สัปดาห? ทั้งค?าเฉลี่ยรายด?านและ โดยรวมมีความแตกต?างกันอย?างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ p < .001 (F(1.947, 484.918) = 496.690) 3) การรับรู?การปฏิบัติตามทางเดินสายกลางเพิ่มขึ้น จากร?อยละ 82.4-90.8 เป?นร?อยละ 85.6-92.0 และ ร?อยละ 88.0-98.0 โดยด?านการมีสติมากที่สุด (ร?อยละ 98.0) 3.2 ผลลัพธ?ทางกระบวนการจากการดําเนินการตามโปรแกรมเด็กรุ?นใหม?ใจเย็นๆ พบว?า เด็กที่ได?รับ โปรแกรมฯ มีความพึงพอใจของ ร?อยละ 90 ผู?ปกครอง ร?อยละ 100 และความคิดเห็นของครูในการนํา โปรแกรมฯไปใช? พบว?า ร?อยละ 100 เห็นว?าโปรแกรม มีความสะดวกต?อการนําไปใช? เนื้อหาและระยะเวลาใน การดําเนินการมีความเหมาะสม เป?นประโยชน?ต?อครู ร?อยละ 12.5 เห็นว?าโปรแกรมยังมีข?อที่ต?องปรับปรุง เกี่ยวกับระบบของโปรแกรมที่ยังไม?มีความเสถียร ดังนั้นควรมีการเสนอเชิงนโยบายหรือจัดทํามาตรการในการใช?โปรแกรมเด็กรุ?นใหม?ใจเย็นๆให?เป?นส?วน หนึ่งของการพัฒนาตนเองด?านคุณธรรมและจริยธรรมของนักเรียนในโรงเรียน และจัดให?เป?นโครงการบูรณา การในชั่วโมงที่ไม?ได?รบกวนการเรียนการสอนในภาคปกติ และควรมีการคัดกรองพฤติกรรมการใช?ความรุนแรง และความเสี่ยงในการเกิดความโกรธเพื่อประเมินป?ญหาเบื้องต?นและมีมาตรการเฝ?าระวังในโรงเรียนในกลุ?ม นักเรียนที่มีพฤติกรรมการใช?ความรุนแรงและความเสี่ยงในการเกิดความโกรธในระดับปานกลางหรือสูงเพื่อ ป?องกันเหตุรุนแรงที่ไม?คาดฝ?น ร?วมกับการติดตามผลลัพธ?ระยะยาวของโปรแกรมโดยเฉพาะพฤติกรรมการใช? ความรุนแรง และความเสี่ยงในการเกิดความโกรธอย?างต?อเนื่องเพื่อติดตามผลที่ยั่งยืน และเสนอผลการศึกษา ให?ผู?บริหารในหน?วยงานที่ร?วมดําเนินการ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข?องเพื่อให?เกิดการขับเคลื่อนในเชิงนโยบายขยาย ผลอย?างกว?างขวาง