Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การประยุกต์ใช้ข้อมูลอุตุ-อุทกวิทยาในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อการอนุรักพื้นที่สงวนชีวมณฑล และลดผลกระทบปัญหาทรัพยากรน้ำภาคการเกษตร ของพื้นที่โดยรอบสถานีวิจัยสะแกราช

รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสภาพป่าและปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนสะแกราชรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนทรัพยากรธรรมชาตินี้ ได้ดำเนินการวิจัยตั้งแต่วันที่ 27 เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 ถึง วันที่ 26 เดือนเมษายน พ.ศ. 2565 รวมระยะเวลา 1 ปี เพื่อศึกษาติดตามผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อพลวัตป่าไม้ ลุ่มน้ำ การเปลี่ยนแปลงสิ่งปกคลุมดินและการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างรายได้และมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้มีค่าแบบผสมผสานในพื้นที่เกษตรและป่าเสื่อมโทรม การพัฒนาความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจฐานราก และการประเมินความต้องการการพัฒนาของชุมชน ผลการดำเนินงานของโครงการย่อยที่ 1–6 ได้ผลผลิต ดังนี้ โครงการย่อยที่ 1 การติดตามพลวัตป่าไม้ธรรมชาติและป่าฟื้นฟูเพื่อการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จากการศึกษาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างปี 2551–2564 พบว่า ในป่าเต็งรังมีอัตราการตายและอัตราการเพิ่มจำนวนมีความผันแปรกับช่วงเวลาและหมู่ไม้ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในปี ค.ศ.1987–2006 อัตราการตายของพรรณไม้ในภาพรวมมีความสัมพันธ์กับทั้งช่วงการเกิดปรากฏการณ์เอลนิญโญ (El Ni?o) และลานิญญา (La Ni?a) ซึ่งในป่าเต็งรังช่วงปรากฎการณ์เอลนิญโญ (El Ni?o) พบว่า อัตราการตายของกล้าไม้โดยเฉลี่ยสูงกว่าอัตราการเพิ่มจำนวน และในช่วงปรากฏการณ์ลานิญญา (La Ni?a) กลุ่มพืชทนแล้งในป่าเต็งรังที่มีอัตราการตายสูงได้แก่ รัง (Shorea siamensis) พะยอม (S. roxburghii) เต็ง (S. obtusa) และยางกราด (Dipterocarpus intricatus) เนื่องจาก ปัจจัยแวดล้อมที่มีความชุ่มชื้นต่อเนื่องยาวนานในพื้นที่ป่าดิบแล้งและป่าดิบแล้งฟื้นฟู ในช่วงปรากฏการณ์เอลนิญโญ (El Ni?o) พบว่า ไม้ที่มีอัตราการตายสูงคือ ตะเคียนทอง (Hopea ferrea) และฝิ่นต้น (Chionanthus microstigma) พรรณไม้ที่เหมาะสมในการส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ ตะเคียนทอง (H. odorata) ตะเคียนหิน (H. ferrea) ยางนา (D. alatus) เคี่ยมคะนอง (S. henryana) และแดง (Xylia xylocarpa) โดยควรปลูกร่วมกับไม้พี่เลี้ยงคือ กระถินณรงค์ (Acacia auriculaeformis) พบว่า มีอัตรารอดตายสูงมากกว่าร้อยละ 90 ซึ่งหมายถึงการมีอัตราการทดแทนเข้าสู่สังคมพืชดั้งเดิม (native forest) ที่ดีภายใต้ข้อจำกัดด้านการจัดการ ? โครงการย่อยที่ 2 การประยุกต์ใช้ข้อมูลอุตุ–อุทกวิทยาในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการอนุรักษ์และลดผลกระทบปัญหาทรัพยากรน้ำภาคการเกษตรของพื้นที่โดยรอบสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จากข้อมูลการประมาณงบดุลน้ำระหว่างปี พ.ศ. 2521–2564 พบว่า ภาวะงบดุลน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยแปะอยู่ในเกณฑ์ขาดดุลในเกือบทุกปี โดยเฉพาะในช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนิญโญ (El Ni?o) ผลการวิเคราะห์คาดการณ์แสดงถึงข้อมูล ใน 10 ปี ข้างหน้า (ปี พ.ศ. 2575) ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบ RCP 4.5 และ 8.5 ปริมาณน้ำท่าจะลดลงอย่างน้อย 45–59% สถานการณ์งบดุลน้ำจะมีแนวโน้มน้ำขาดดุลถึงขาดดุลมาก ชี้ให้เห็นถึงปริมาณน้ำในอนาคตไม่เพียงพอต่อการจัดการและการนำไปใช้ แนวทางในการบริหารจัดการปัญหาน้ำเบื้องต้นที่เป็นไปได้และเหมาะสมกับสภาพโครงสร้างทางธรณีของพื้นที่ คือการจัดทำฝายชะลอน้ำในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ บริเวณลำห้วยลำดับที่ 1 (first order) เพื่อชะลอการไหลบ่าของน้ำออกจากพื้นที่ เพิ่มการกักเก็บน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมได้แก่ สร้างบ่อน้ำ สระในไร่นา ด้วยเทคนิคที่เหมาะสมเพื่อลดการคายระเหยน้ำ การปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูก (crop calendar) เพื่อลดผลกระทบต่อผลผลิตพืชเศรษฐกิจ ผ่านการศึกษาชนิดพืชทดแทนร่วมกับการสำรวจความพร้อมของเกษตรกรต่อการปรับเปลี่ยนวิถีในการทำการเกษตร รวมถึงการศึกษาถึงความสามารถในการตั้งรับและปรับตัวของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการย่อยที่ 3 แบบจำลองการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและ ความหลากหลายทางพืชพรรณจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการส่งเสริมการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของชุมชน ผลการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในขอบเขตพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชและโดยรอบพื้นที่ออกไป 2 กิโลเมตร พบว่า แนวโน้มป่าไม่ผลัดใบหรือ ป่าดิบแล้งมีระดับความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงน้อย การเปลี่ยนแปลงในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2548–2563 พบว่า พื้นที่ป่าเต็งรังมีพื้นที่ลดลงจาก 75.57 เป็น 50.99 (ลดลง 32.52%) ในขณะที่ป่าดิบแล้งมีพื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 58.64 เป็น 81.11 (เพิ่มขึ้น 38.31%) จากการคาดการณ์โดย CA-Markov model ในอนาคตอีก 5 ปีและ 10 ปีข้างหน้า พบว่า ป่าเต็งรังจะมีพื้นที่ลดลง 0.24 ตารางกิโลเมตรและ 0.42 ตารางกิโลเมตร ตามลำดับ ในขณะที่ป่าดิบแล้งจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้น 1.59 ตารางกิโลเมตรและ 1.63 ตารางกิโลเมตร ตามลำดับ ซึ่งผลลัพธ์นี้มีความแม่นยำถึง 80% นอกจากนี้ยังรวบรวมฐานข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมซึ่งถ่ายในปี พ.ศ. 2543 พ.ศ. 2548 พ.ศ. 2553 และ พ.ศ. 2563 จากดาวเทียม Landsat Sentinel-2A MODIS และดาวเทียมไทยโชต โครงการย่อยที่ 4 การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้มีค่าแบบผสมผสานในพื้นที่เกษตรกรรมและ ป่าเสื่อมโทรมบริเวณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช มีผลดำเนินการดังนี้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาแก่เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช (สสส.) สถานีวิจัย ลำตะคอง (สลค.) ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) และสถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์ วังน้ำเขียว จำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรม 40 คน ดำเนินการอบรม/การถ่ายทอดเทคโนโลยีและจัดตั้งแปลงสาธิตในการปลูกกล้าไม้โดยผสมเชื้อเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซาในพื้นที่ชุมชน จำนวนชาวบ้านที่เข้ารับการอบรม 150 คน จาก 10 หมู่บ้าน คาดการณ์ผลสำเร็จในอนาคตที่จะสร้างมูลค่าของเห็ดป่ากินได้ในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ปี พ.ศ. 2564 มีมูลค่า 279,990 บาท/ปี และจัดตั้งศูนย์การเพาะเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาในพื้นที่ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) เพื่อส่งเสริมการผลิตเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา เพิ่มมูลค่าของกล้าไม้ด้วยการฉีดเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจ โครงการย่อยที่ 5 การพัฒนาความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้พืชกินได้และเห็ดกินได้ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช ได้ดำเนินการส่งมอบต้นกล้าพืชกินได้จำนวน 27,000 กล้า สำหรับ 9 ชุมชน จำนวน 1,800 คน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร มอบต้นกล้าไม้เศรษฐกิจพร้อมเพาะเชื้อเห็ดจำนวน 30,000 ต้นแก่ชุมชน จัดทำแปลงสาธิตปลูกเห็ดเอคโต ไมคอร์ไรซาให้กับกล้าไม้ 3 พื้นที่เป้าหมาย แปลงสาธิตพืชกินได้ 6 ชุมชน แปลงธนาคารอาหารชุมชนจากพืชกินได้ 3 ชุมชน สมาชิกจำนวน 44 คน จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์และผลิตหัวเชื้อเห็ดกินได้ 1 ชุมชน เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตหัวเชื้อก้อน โครงการย่อยที่ 6 การประเมินความต้องการการพัฒนาของชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา จากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 9 ชุมชน 1,735 ครัวเรือน มีอาชีพหลัก ได้แก่ รับจ้าง เกษตรกร และค้าขาย ตามลำดับ ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มในชุมชนทั้งวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสตรี หรือกลุ่มอาชีพอื่นๆ ชุมชนส่วนใหญ่มีฐานะความเป็นอยู่ที่ต่ำลง สูงถึงร้อยละ 82.3 โดยชุมชนไม่พึงพอใจต่อปัจจัยด้านรายรับกับรายจ่ายในปัจจุบันมากเป็นอันดับหนึ่ง มีปัญหาด้านอาชีพและการทำงาน ด้านรายได้และหนี้สิน และมีความต้องการใช้สอยทรัพยากรธรรมชาติ แนวทางการพัฒนาพื้นที่ป่าสะแกราช กรอบการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตประเด็น ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกับข้อมูลการศึกษาจากโครงการทั้ง 6 โครงการ จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกับภารกิจหลักของพื้นที่ผ่านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การวิจัย วว. ปี พ.ศ. 2566–2570 มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นที่ต้องส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างของวิสาหกิจ และการผลักดันให้ชุมชนก้าวไปสู่การดูแลและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในเขตรอบนอก (transition zone) สอดคล้องกับบริบท ศักยภาพ และบริการของระบบนิเวศของพื้นที่สู่การสร้างพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และการพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผลการเกษตรตามแนวทาง BCG Model คำสำคัญ: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ทรัพยากรป่าไม้, ทรัพยากรสัตว์ป่า, การปรับตัว, การรับมือ, การอนุรักษ์, คลังทรัพยากร, ป่าครัวเรือน, พืชกินได้, เห็ดกินได้, สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช และพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช

คำสำคัญ

Biosphere ReserveWater accountingHydro-meteorologicalข้อมูลอุตุ-อุทกวิทยางบดุลน้ำพื้นที่สงวนชีวมณฑล

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน:พหุกรณีศึกษาลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำมูล

นิรัตน์ ภูทัดหมาก กรมทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2560

การพัฒนาโค้งควบคุมสำหรับการปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำแบบอเนกประสงค์ตามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกและการใช้ประโยชน์ที่ดิน

อนงค์ฤทธิ์ แข็งแรง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2559

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปริมาณตะกอนในลุ่มน้ำน่านส่วนบน ระยะที่ 2

พีรวัฒน์ ปลาเงิน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การวิจัยและพัฒนาศักยภาพป่าชุมชนโดยการมีส่วนร่วมเพื่อเป็นฐานในแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่

พวงผกา แก้วกรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2565

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อถิ่นที่อาศัยทางธรรมชาติของพืชพรรณและ สัตว์ป่า ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่

สราวุธ สังข์แก้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

โครงการ การจัดทำแผนที่นำทางการวิจัยประเด็นวิจัยยุทธศาสตร์ เรื่อง "การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ น้ำ ที่ดิน และ การจัดการสิ่งแวดล้อม"

สุจริต คูณธนกุลวงศ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

การศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อชีพลักษณ์และการสืบต่อพันธุ์ของพรรณพืช ในเขตสงวนชีวมณฑลห้วยคอกม้าและพื้นที่ใกล้เคียง ดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่

ดอกรัก มารอด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ต้นน้ำภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ จังหวัดพะเยา

สิทธิศักดิ์ ปิ่นมงคลกุล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศและการจัดการป่าชุมชนบ้านร่องบอน ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

รณิดา ปิงเมือง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2559

การประเมินผลกระทบจากภัยแล้งต่อความมั่นคงด้านการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่จาง จังหวัดลำปาง

สุระ พัฒนเกียรติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564