การศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อชีพลักษณ์และการสืบต่อพันธุ์ของพรรณพืช ในเขตสงวนชีวมณฑลห้วยคอกม้าและพื้นที่ใกล้เคียง ดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ดำเนินการศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อชีพลักษณ์และการสืบต่อพันธุ์ของพรรณพืช ในเขตสงวนชีวมณฑลคอกม้าและพื้นที่ใกล้เคียง ดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ในเขต ระหว่างปี พ.ศ.2557 – 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการสืบต่อพันธุ์ของพันธุ์ไม้ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศบริเวณแนวรอยต่อป่า ด้วยการวางแปลงถาวรแบบแถบ ขนาด 30 เมตร x 600 เมตร ตั้งแต่ระดับความสูง 900 จนถึง 1,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล แบ่งแปลงย่อยขนาด 10 x 10 เมตร และ ขนาด 1 x 1 เมตร เพื่อสำรวจชนิดพันธุ์ไม้ใหญ่ และกล้าไม้ ตามลำดับ (จำนวน 180 แปลงในแต่ละขนาด) พร้อมทั้งติดตามพลวัตกล้าไม้ต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อม คือ ความชื้นดิน อุณหภูมิและความเข้มแสง ทุก ๆ เดือน ผลการศึกษา พบชนิดพันธุ์ไม้ทั้งหมด 55 วงศ์ จาก 99 สกุล 141 ชนิด แยกเป็นพันธุ์ไม้ในป่าเต็งรังจำนวน 34 วงศ์ 57 สกุล 69 ชนิด และป่าดิบเขาระดับต่ำ จำนวน 48 วงศ์ 86 สกุล 118 ชนิด การกระจายของต้นไม้ตามขนาดชั้นเส้นผ่านศูนย์กลาง พบว่า มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นแบบชี้กำลังเชิงลบทั้งสองป่าแสดงให้เห็นว่าสามารถรักษาโครงสร้างป่าตามธรรมชาติได้ดีผลการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการปรากฏของหมู่ไม้ พบว่า ความสูงจากระดับน้ำทะเลเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรากฏของพันธุ์ไม้ในสองชนิดป่า ที่ระระดับความสูง 940 – 980 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือว่าเป็นแนวรอยต่อป่าเนื่องจากมีการขึ้นร่วมกันของชนิดพันธุ์พืชจากป่าเต็งรัง และป่าดิบเขาระดับต่ำ เป็นจำนวนมาก ทั้งในระดับไม้ใหญ่และไม้รุ่น (r = 0.98 และ 0.95 ตามลำดับ) เช่น ก่อตาควาย เหียง เต็ง เมียดต้น ทะโล้ และก่อเดือย เป็นต้น บริเวณแนวรอยต่อป่าพบอัตราการรอดตายของกล้าไม้กลุ่มป่าเต็งรังมีค่าสูงกว่ากลุ่มพันธุ์ไม้ในป่าดิบเขาระดับต่ำ ดังนั้น หากเกิดเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น จะทำให้พันธุ์พืชในป่าเต็งรังมีแนวโน้มขยายพื้นที่ปกคลุมในบริเวณแนวรอยต่อป่า และรุกขึ้นไปตั้งตัวในพื้นที่ระดับสูงมากขึ้น ในขณะเดียวกันพันธุ์ไม้ในป่าดิบเขาระดับต่ำก็จะหายไปจากพื้นที่แนวรอยต่อป่า