อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อความเปราะบางของสัตว์ป่า ดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อความเปราะบางของสัตว์ป่า ดอยสุเทพ - ปุย จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าในถิ่นที่อยู่อาศัย และภูมิอากาศมีความแตกต่างกันโดยเฉพาะชนิดสัตว์ป่าที่มีความเปราะบาง ด้วยการประยุกต์ภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามและคาดการณ์แหล่งอาศัยที่เหมาะสมสำหรับเต่าปูลู (ตัวแทนสัตว์เลื้อยคลาน) และกระท่าง (ตัวแทนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก) ที่มีผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน 4 ช่วงเวลา คือ ในปัจจุบัน 2020 2050 และ 2080 ด้วยการเดินสำรวจในพื้นที่และสอบถามบุคคลที่อาศัยในพื้นที่เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลพิกัดการปรากฏของเต่าปูลู และกระท่างจากการสำรวจในพื้นที่ศึกษาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 พบจุดการปรากฏของกระท่างจากการสำรวจกระจายอยู่ในพื้นที่เป็นบริเวณแคบๆบริเวณยอดเขาสูงจึงไม่สามารถนำมาวิเคราะห์แบบจำลองหาแหล่งอาศัยที่เหมาะสมได้ทั้งพื้นที่ศึกษา จึงได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะเต่าปูลูเพื่อวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งหมด 9 ปัจจัย อันได้แก่ ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ความลาดชัน ทิศด้านลาด ระยะห่างจากแหล่งน้ำค่าดัชนีพืชพรรณ ค่าดัชนีความแตกต่างของความชื้น การใช้ประโยชน์ที่ดิน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี (4 ช่วงเวลา) และ อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี (4 ช่วงเวลา) โดยใช้วิธีmaximum entropy algorithm (MaxEnt) ผลการศึกษาทั้ง 4 ช่วงเวลาพบว่าความสูงจากระดับน้ำทะเล การใช้ประโยชน์ที่ดิน ปริมาณน้ำฝนอุณหภูมิ ระยะห่างจากแหล่งน้ำ และความลาดชันมีอิทธิพลต่อการเป็นแหล่งอาศัยที่เหมาะสมสำหรับเต่าปูลูซึ่งมีค่าความถูกต้องของแบบจำลองด้วยการคำนวณค่าพื้นที่โค้ง (Area under curve, AUC) ของทั้ง 4 ช่วงเวลามากกว่า 0.75 และจากแบบจำลองเพื่อติดตามและคาดการณ์แหล่งอาศัยที่เหมาะสมสำหรับเต่าปูลูพบว่า ทั้ง 4 ช่วงเวลา พื้นที่ที่เหมาะสมมากที่สุดมีพื้นที่ประมาณ 14-18 ตร.กม. หรือ 4-6 % ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น โดยพื้นที่เหมาะสมมากมีพื้นที่ 8-12 ตร.กม (3-4%) พื้นที่เหมาะสมปานกลาง 18-22 ตร.กม. (6-8%) พื้นที่เหมาะสมน้อย 232-237 ตร.กม (82-84%) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของพื้นที่ศึกษา จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่เหมาะสมมากที่สุด และเหมาะสมมากมีพื้นที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของอุทยาน ดังนั้นถ้าในอนาคตยังคงมีการเปลี่ยนแปลงของถิ่นอาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกคลุมของพืชพรรณ และปริมาณน้ำฝนจะทำให้แหล่งอาศัยที่เหมาะสมในพื้นที่นี้ลดลงจนนำไปสู่การสูญพันธุ์ในระดับพื้นที่ (locally extinction) ได้ด้วยเช่นเดียวกัน