การศึกษารูปแบบการเติบโตของต้นไม้ชนิดหลักภายใต้ความผันแปรของสภาพภูมิอากาศในจังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษารูปแบบการเติบโตของต้นไม้ชนิดหลักภายใต้ความผันแปรของสภาพภูมิอากาศ ในจังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการเติบโตราย 2 เดือน ของต้นไม้ชนิดหลักในป่าเต็งรัง และป่าดิบแล้ง บริเวณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการทำเครื่องหมายบน แคมเบียม (Cambial marking technique) มาศึกษาความเพิ่มพูนของเนื้อไม้ทางเส้นผ่านศูนยก์ลางแล้วนำข้อมูลที่ได้มาหาความสัมพันธ์กับความผันแปรของสภาพภูมิอากาศ (Climate variability) ซึ่งจะทำให้สามารถอธิบายผลของความผันแปรสภาพภูมิอากาศต่อการเติบโตของต้นไม่ได้อย่างลุ่มลึกระดับราย 2 เดือน โดยได้ทำการคัดเลือกชนิดไม้หลักเพื่อใช้ในการศึกษาจากตารางดัชนีความสำคัญของพรรณไม้ (Importance value index, IVI) ที่มีการศึกษาวิจยับริเวณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช โดยชนิดไม้หลักในป่าดิบแล้งที่ได้คัดเลือกจำนวน 2 ชนิด คือ ตะเคียนหิน (Hopea ferreaPierre) และกระเบากลัก (Hydnocarpus iliciflolius King) ส่วนชนิดไม้หลักในป่าเต็งรังที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 2 ชนิด คือ เต็ง (Shorea obtusa Wall. Ex Blume) และรัง (S. siamensis Miq) แล้วทำการคัดเลือกต้นไม้ตัวอย่างในเรือนยอดชั้นบนสุด (Dominance) ชั้นรอง (Co-Dominance) และชั้นถูกปกคลุม (Suppress) จำนวนชนิดละ 5 ต้นต่อชั้น เรือนยอด รวมต้นไม้ตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 60 ต้น ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ต้นตะเคียนหิน มีการเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 5.441 มิลลิเมตรต่อปีโดยในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2558 มีอัตราการเติบโตหยุดนิ่ง และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ส่วนการศึกษาความแตกต่างการเติบโตระหว่างชั้น เรือนยอด พบว่า การเติบโตของต้นตะเคียนหินในชั้น เรือนยอดรองมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 กับการเติบโตของต้นตะเคียนหินในชั้น เรือนยอดถูกปกคลุม และเรือนยอดเด่น ต้นกระเบากลัก มีการเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 2.679 มิลลิเมตรต่อปีโดยในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 มีอัตราการเติบโตหยุด นิ่ง และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ส่วนการศึกษาความแตกต่างการเติบโตระหว่างชั้นเรือนยอดพบว่าการเติบโตไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติต้นเต็ง มีการเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 3.304 มิลลิเมตรต่อปีโดยในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.2557 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 มีอัตราการเติบโตหยุดนิ่ง และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ส่วนการศึกษา ความแตกต่างการเติบโตระหว่างชั้น เรือนยอด พบว่าการเติบโตไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติต้นรัง มีการเติบโตเฉลี่ยเท่ากับ 2.210 มิลลิเมตรต่อปีโดยในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.2557 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 มีอัตราการเติบโตหยุดนิ่ง และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน ถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ส่วนการศึกษาความแตกต่างการเติบโตระหว่างชั้นเรือนยอด พบว่าการเติบโตไม่มีความแตกต่างกัน ทางสถิติส่วนการศึกษาความสัมพนัธ์ระหว่างการเติบโตของชนิดไม่หลักกับความผันแปรของสภาพภูมิอากาศเมื่อนำข้อมูลภูมิอากาศในช่วงเดือนที่ทำการวัดการเติบโต (t) มาทำการศึกษาอิทธิพล พบว่า ปริมาณน้ำฝนรวมรายสองเดือนมีอิทธิพลต่อการเติบโตของต้นตะเคียนหินในชั้น เรือนยอดถูกปกคลุม เรือนยอดรอง เรือนยอดเด่น และค่าเฉลี่ยการเติบโตรายสองเดือน ร้อยละ 81.5, 77.8, 74.8 และ 78.2 ตามลำดับ และพบว่าปริมาณน้ำฝนรวมรายสองเดือนมีอิทธิพลต่อการเติบโตของต้นเต็งในชั้น เรือนยอดถูกปกคลุม เรือนยอดรอง เรือนยอดเด่น และค่าเฉลี่ยการเติบโตรายสองเดือน ร้อยละ 89.6, 93.5, 77.9 และ 88.9 ตามลำดับ ส่วนต้นกระเบากลัก และต้นรังพบว่า ปัจจัยด้านภูมิอากาศไม่มีอิทธิพลต่อการเติบโตของใน 3 ชั้น เรือนยอด นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อนำข้อมูลภูมิอากาศในช่วงเดือนก่อนทำการวัดการเติบโต 2 เดือน (t-1) มาทำการศึกษาอิทธิพล พบว่า อุณหภูมิต่ำสุดรายวันมีอิทธิพลต่อการเติบโตของต้นเต็งในชั้น เรือนยอดถูกปกคลุม เรือนยอดรอง เรือนยอดเด่น และค่าเฉลี่ยการเติบโตรายสองเดือนร้อยละ 70, 67.2, 74.7 และ 70.5 ตามลำดับ และพบว่า ปริมาณน้ำ ฝนรวมรายสองเดือนมีอิทธิพลต่อการเติบโตของต้นกระเบากลักในชั้น เรือนยอดถูกปกคลุม เรือนยอดรอง เรือนยอดเด่น และค่าเฉลี่ยการเติบโตรายสองเดือน ร้อยละ 77.8, 81.6, 81.7 และ 81.6 ตามลำดับส่วนต้นรัง พบว่า ปริมาณน้ำฝนรวมรายสองเดือนมีอิทธิพลต่อการเติบโตในชั้นเรือนยอดถูกปกคลุม เรือนยอดรอง เรือนยอดเด่น และค่าเฉลี่ยการเติบโตรายสองเดือน ร้อยละ 68, 69.3, 67.2 และ 68.6 ตามลำดับ